วันที่: 8 ตุลาคม 2025
โดย: Sports in 1

หลุยส์ ซัวเรส (ขวา) กำลังกัดไปที่แขนของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช (ซ้าย) ภาพจาก: CNN

“ศาสตร์มืด” สำหรับวงการกีฬาคือการกระทำที่อยู่บนเส้นด้ายระหว่าง “กติกา” “น้ำใจนักกีฬา” และ “ความต้องการในชัยชนะ” เพราะถึงแม้ว่าการกระทำนั้นๆจะไม่ผิดกฎของเกมก็จริง แต่อาจจะสร้างความรำคาญ และทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่ามันเป็นแทคติกที่ไม่ควรยอมรับ

โดยวันนี้ เราจะมาพูดถึง 2 ศาสตร์มืด จาก 2 กีฬา แทคติกที่คอยสร้างความปั่นป่วนในสนามกัน

ฟุตบอล: ผู้รักษาประตู รักษาเวลา

ภาพจาก: The Athletic – The New York Times

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีหลายแทคติก ในช่วงสมัยหลังๆนี้ ก็อาจจะมีแทคติกลูกเตะมุมของอาร์เซน่อลที่เน้นก่อกวนผู้รักษาประตู

แต่จริงแล้วผู้รักษาประตูเป็นหนี่งในตำแหน่งที่ชิงเล่ห์เหลี่ยมเยอะมาก โดยเฉพาะแทคติกการถ่วงเวลา

ซึ่งปกติจะทำกันในช่วงท้ายเกม โดยเฉพาะการทิ้งตัวลงนอนหลังจากที่รับลูกได้ไม่ว่าลูกจะมาด้วยความเร็วแค่ไหนก็ตาม นอกจากจะสามารถเผาเวลาสำคัญในช่วงท้ายเกม ยังสร้างความรำคาญให้กับคู่แข่งและกองเชียร์อีกด้วย

โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่ชัดเจนและตราตรึงจนต้องมีกติกาเข้ามาใหม่คือเหตุการณ์หลังศึกฟุตบอลยูโรปี 1992 ในเกมที่ทีมชาติเดนมาร์กเอาชนะทีมชาติเยอรมนีไปได้ 2-0

ภาพจาก: ZAYN

โดยในเกมนั้นเอง ปีเตอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูทีมชาติเดนมาร์ก ทุกครั้งที่ทีมส่งบอลให้เขา โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม เขาจะรอจนกว่าผู้เล่นเยอรมันวิ่งเขามาบีบ ก่อนบรรจงลงไปเก็บบอลด้วยสองมือ และทำอย่างนั้นเรื่อยๆ

โดยชไมเคิลเอง ก็คิดว่าเขานี่แหละเป็นต้นเหตุให้ฟีฟ่าเพิ่มกฎส่งบอลคืนประตู ที่ผู้รักษาประตูจะไม่สามารถใช้มือรับลูกบอลได้ ถ้าหากเพื่อนร่วมทีมใช้เท้าในการส่งบอลไปให้

“ผมว่าผมเป็นต้นเหตุสำหรับกฎนี้เลยหละ เพราะในรอบชิงของศึกชิงแชมป์ยุโรป ทุกครั้งที่ ไบรอัน เลาดรู๊ป หรือ เฟลมมิ่ง โพพเซน พยายามบุกและหาคนส่งไม่เจอ บอลก็จะกลับมาที่ผม และผมจะรอจนกว่า เยอร์เกน คลินส์มันน์ วิ่งเข้ามาก่อนที่จะหยิบบอล ผมว่านั้นคือทำไมฟีฟ่าต้องเปลี่ยนกฎหละนะ”

อย่างไรก็ดี ผู้รักษาประตูก็ชอบที่จะถ่วงเวลาอย่างต่อเนื่อง จนบอร์ดฟุตบอลนานาชาติ (International Football Association Board หรือ IFAB) ออกกฎใหม่ที่จะให้ทีมฝั่งตรงข้ามได้เตะมุม เมื่อผู้รักษาประตูถือบอลไว้นานกว่า 8 วินาที

อย่างไรก็ต้องมาดูว่าการปรับครั้งนี้จะส่งผลอะไรต่อเล่ห์เหลี่ยมของผู้รักษาประตูไหม

บาสเก็ตบอล: เส้นชู้ตลูกโทษคือบ้านหลังที่ 2

ภาพจาก: The Sporting News

ในกีฬาบาสเก็ตบอล การชู้ตลูกโทษ หรือ Free Throw ถือเป็นส่วนหนึ่งของเกม บางคนอาจจะคิดถึงแทคติก “Hack-a-Shaq” ที่จะพยายามหยุดชาคีล โอนีลด้วยการพยายามฟาวล์และส่งเขาไปให้ชู้ตลูกโทษบ่อยๆ เนื่องจากตลอดอาชีพของเขา มีเปอร์เซ็นต์การชู้ตลูกโทษลงแค่ 52.7% เท่านั้นซึ่งถือว่าต่ำมาก และตามหลักคณิตศาสตร์แล้ว การชู้ตลูกโทษลง 1 จาก 2 ครั้งโดยเฉลี่ย หมายความว่าพวกเขาจะเสียแค่ 1 แต้ม แทนที่จะเป็น 2 แต้มถ้าปล่อยให้แช็คเข้าไปทำแต้มตามปกติ ซึ่งถือว่าค่อนข้างคุ้ม

แต่ว่าถ้าเป็นตรงกันข้ามหละ กลับกันถ้าเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์การชู้ตลูกโทษสูง คุณก็อยากที่จะไปชู้ตให้ได้มากที่สุดใช่ไหม?

หนึ่งในผู้เล่นที่โจทย์จันท์ในเรื่องนี้มากที่สุดคนหนึ่งคือ เจมส์ ฮาร์เดน การ์ดตัวเก่งที่ปัจจุบันเล่นให้กับ ลอส แองเจลิส คลิปเปอร์ส

ภาพจาก: Houston Chronicle

เจมส์ ฮาร์เดนเป็นหนึ่งในผู้เล่นเกมรุกที่ครบเครื่องที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ทั้งความสามารถในการจบสกอร์ที่เหนือมนุษย์ และเล่ห์เหลี่ยมที่อยู่หน้าคนอื่นเสมอ

ทั้งท่า “Double-Step Back” หรือถอยหลังสองครั้งที่ใช้ช่องโหว่ในกฎในการหยิบบอลหรือ “gather step” ในการถอยครั้งแรก ทำให้สามารถถอยได้อีก 2 ก้าว

นอกจากนี้ ยังมีแทคติก ล่าฟาล์ว ด้วยการล่อให้ผู้เล่นเกมรับกระโดดจะบล็อค ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปชนเพื่อที่จะพยายามทำให้เป็น shooting foul

ซึ่งแผนนี้เวิร์คอย่างมากเนื่องจากเปอร์เซ็นต์การชู้ตลูกโทษของฮาร์เดนที่เฉลี่ยนสูงถึง 86.1% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง

และในช่วงพีคของเขากับ ฮูสตัน ร็อกเก็ตส์ ในฤดูกาล 2018/2019 และ 2019/2020 เขามีจำนวนการชู้ตลูกโทษเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 11 และ 11.8 ครั้งเลยทีเดียว

จนกระทั่ง NBA ออกกฎใหม่ ที่ห้ามไม่ให้ผู้เล่นชู้ตท่าผิดธรรมชาติเพื่อจุดประสงค์ในการเรียกฟาวล์ เพื่อป้องกันการทำแต้มเช่นนี้ และเพิ่มความไหลลื่นในการแข่งขัน

ในปัจจุบัน ก็มีผู้เล่นที่ยังพยายามใช้ศาสตร์ในการเรียกฟาลว์อยู่ เช่น เช กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ ที่ได้ชู้ตลูกโทษในฤดูกาลที่แล้วมากกว่า 600 ครั้ง แต่นั้นก็มาจากการที่เขาชอบพุ่งเข้าไปทำเกมในวงในและเรียกฟาลว์จากการหา contact จากผู้เล่นเกมรับแทน

แล้วมัน “ถูก” หรือไม่

ไม่ว่าจะอยู่ด้านไหนของการกระทำที่กล่าวว่าเป็น “ศาสตร์มืด” ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็น สีสันและการใช้ช่องว่างในกฎให้เป็นประโยชน์ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของทีม

และถ้ามันเป็นประเด็นมากจนเกินไป แน่นอนว่าการเปลี่ยนกฎจะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

อ้างอิง

DAZN | Peter Schmeichel claims FIFA made major goalkeeping rule change because of him
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c4gzpjvv9v7o
Eight-second rule to reduce time-wasting by goalkeepers approved for next season | Football News | Sky Sports
James Harden feels like poster boy for NBA rule change on drawing fouls – Sports Illustrated
Shai Gilgeous-Alexander and the ‘free-throw merchant’ debate: Why it’s out of control – Yahoo Sports

Posted in

ใส่ความเห็น