วันที่: 15 ตุลาคม 2025
โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์
“ใน Project A (Valorant) เราเน้นการยิงที่แม่นยำ” เป็นคำศัพท์จากหัวหน้าผู้พัฒนาเกม Valorant ที่มักจะถูกล้อในช่วงไม่นานมานี้ หลังจากที่ตัวเกมปล่อยเอเจนท์(Agent) จำนวนมากพร้อมกับความสามารถของแต่ละตัวที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆตามคอนเซป “Power Creep” ทำให้ Valorant กำลังกลายเป็นเกมที่ห่างจากวิสัยทัศน์แรกที่ได้ประกาศไป
และประเด็นนี้ถึงขั้นขีดสุดเมื่อ “Tejo” เอเจนท์สาย Initiator ชาวโคลอมเบียได้ถูกปล่อยออกมา โดยความสามารถเฉพาะตัวอย่าง “Guided Salvo” และอัลติเมท “Armageddon” สามารถทำให้ทหารรับจ้างคนนี้สามารถฆ่าฝั่งตรงข้ามได้ทั้งหมด 5 คนโดยไม่ต้องชักปืนด้วยซ้ำ

และถึงแม้ว่า Tejo จะโดนปรับสมดุลจนพลังของเขาลดลงไปมาก แต่ก็เป็นปัญหาที่คอมมูนิตี้เรียกร้องกันมาอย่างยาวนาน ว่าความสามารถและ Utility กำลังได้รับความสำคัญเหนือการเล็งที่แม่นยำ
นั่นทำให้แพตช์ 11.08 ที่เพิ่งเข้าเซิร์ฟเวอร์ในตอนนี้ เป็นการกระทำที่เปลี่ยนแปลง Landscape ของเกมไปเยอะมาก
60 วินาที

อย่างแรกที่สำคัญคือความสามารถเฉพาะตัวของ Initiator ทั้งหมดในเกมที่สามารถใช้หลายรอบใน Round เดียว ถูกปรับให้มีคูลดาว์น 60 วินาทีทั้งหมด เช่นเดียวกับความสามารถเฉพาะตัวของ Sentinels ที่ถูกทำลายและความสามารถทั้งหมด (ยกเว้น Smoke) ของ Astra อีกด้วย
นั่นทำให้การจ่ายสกิลแต่ละครั้งต้องคิดอย่างหนัก เนื่องจากต้องรอนานถึง 1 นาทีกว่าจะใช้ได้อีกรอบ จนถึงป่านนั้น Round นั้นอาจจะจบแล้วด้วยซ้ำ
Standardization

“ปรับให้เป็นมาตรฐาน” คืออีกหนึ่งปรัชญาที่่ใช้ในการปรับสมดุลครั้งนี้ ทั้งการปรับความสามารถสตัน (Concuss) ทั้งหมดให้มีระยะเวลา 2.5 วินาที ปรับสถานะสายตาสั้น (Nearsight) ให้มีมองเห็นได้ไกลขึ้นจาก 5 เป็น 7 เมตร และปรับให้ความเร็วในการยิงและการชักปืนในสถานะตื่นตัว (Stimmed) ของ Reyna และ Brimstone ให้เท่ากันหมด และปรับระยะเวลาตาบอดเมื่อโดนแฟลชของ Initiator ให้เท่ากันที่ 2.25 วินาทีอีกด้วย
นั้นทำให้ความสามารถทั้งหมดและความสามารถเดียวกันต่อจากนี้จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และทำให้ไม่รู้สึกว่าหนักเกินหรือเบาเกิน ทำให้เวลาโดนสถานะต่างๆก็จะรู้เลยว่าต้องรอเท่าไหร่ ไม่ต้องไปไล่จำทุกตัว และทำให้ไม่รู้สึก Overwhelming มากเกินไปอีกด้วย
ใครเก่ง เนิร์ฟให้แหลก

ปรัชญาการปรับให้ทุกอย่างดูไม่รุนแรงเกินไปก็ไปต่อถึงเอเจนท์ที่โดดเด่นแทบจะทุกตัวในเกม ซึ่งหลายๆตัวโดนลดทั้งระยะทางและระยาเวลาความสามารถ และลดเลือดของวัตถุช่วยเหลือรวมถึงกำแพง
ตัวที่จะโดนโดดเด่นกว่าเพื่อนก็คือ “Yoru” เอเจนท์หนุ่มแบดบอยแดนปลาดิบ ที่โดนเนิร์ฟระยะเวลาของแฟลชของเขาให้สั้นลง รวมทั้งบอกตำแหน่งของตัวเองเวลาใช้ท่าวาร์ป ทั้งใช้จริงหรือใช้หลอกก็ตาม
และที่หนักที่สุดคือการที่อัลติจะไม่สามารถใช้สกิลอื่นได้นอกจากวาร์ป ลดเหลือความสามารถอัลติเมทให้แค่สอดแนมเท่านั้น

อีกตัวที่โดนค่อนข้างหนักคือ “Vyse” เอเจนท์หญิงเหล็กสาย Sentinel ที่เข้าเกมมาเมื่อปีที่แล้ว ที่โดนปรับให้แฟลชของเธอโดนยิงระหว่างใช้งานได้ ถ้าแฟลชโดนศัตรูจะไม่มีเสียงบอก กำแพงโดนหลอกให้ทำงานได้ง่ายขึ้น และอัลติมีระยะที่สั้นลงและระยะเวลาก่อนความสามารถจะทำงานนั้นถูกเพิ่มขึ้น
ผลกระทบ
การปรับความสามารถแบบนี้ ทำให้พลังของ Utility ลดลงอย่างมาก และโฟกัสไปที่ความสามารถในการเล็งมากขึ้น โดยกระแสตอบรับก็มีทั้งบวกและลบ ผู้เล่นอดีตโปรเพลย์เยอร์อย่าง “TenZ” ชอบการปรับครั้งนี้โดยเฉพาะการที่จะลดการสแปมอุปกรณ์สนับสนุนในเกม แต่กับสตรีมเมอร์อย่าง “Kyedae” ผู้เป็นแฟนสาวของ TenZ กลับไม่เห็นด้วยกับการปรับมากเกินไปขนาดนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสามารถต่างๆก็เป็นจุดเด่นของเกมนี้ ก็เข้าใจได้ว่าทำไมผู้เล่นทั่วไปอาจจะไม่ชอบ แต่ก็ต้องรอดูว่ามีผลกระทบมากตามที่คาดไว้หรือไม่
ข้อควรระวังใน “อีสปอร์ต”
ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการปรับครั้งนี้ “อีสปอร์ต” มีส่วนอย่างมาก เนื่องจากการใช้ความสามารถร่วมกันอย่างดีเมื่อเทียบกับในแรงค์ทั่วไป ทำให้อุปกรณ์เสริมมีผลกระทบมากกว่าเดิม
ซึ่งถึงแม้ว่าความคิดเห็นแรกจากนักแข่งส่วนใหญ่ไปในทางที่ดี แต่อีกเรื่องที่ควรระวังคือแต่ละ Round อาจจะใช้เวลานานมาก เนื่องจากแต่ละคนก็อาจจะ “ก๊ั๊ก” ความสามารถเอาไว้และใช้ทีเดียวตอนจะจบ Round ก็เป็นได้ ทำให้เกมไหลช้าอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ดี การปรับแพตช์ลดพลังความสามารถอย่างมากเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ อาจจะเรียกได้ว่าบ้าบิ่นเลยก็ได้จาก Riot และการกระทำที่เด็ดขาดอย่างนี้จำเป็นต่อการปรับสมดุลเกมที่อาจจะไหลออกจากวิสัยทัศน์เดิมมากเกินไป
อ้างอิง
VALORANT Patch Notes 11.08
https://www.facebook.com/share/p/1YYajDNoiR/
ใส่ความเห็น