โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

เอเลียต แอนเดอร์สัน, ภาพจาก: BBC

หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และทีมชาติอังกฤษ เอเลียต แอนเดอร์สัน ก็เป็นที่น่าจับตามองจากทีมชั้นนำหลายทีม เช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

แต่ราคาที่ฟอเรสต์ตั้งไว้สูงถึง 100-120 ล้านปอนด์ ก็ทำให้บางทีมคิดหนักว่าราคานี้จะ “คุ้ม” ที่จะจ่ายให้กับ “กองกลางตัวรับ” คนนี้หรือไม่ ซึ่งในตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้เช่นกัน กับ คาร์ลอส บาเลบา ที่ไบรท์ตันตั้งราคาไว้สูงถึง 100 ล้านปอนด์

คำถามคือทำไมผู้เล่นกองกลางตัวรับถึงราคาแพงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ปัจจัยที่ 1 – เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้พลังงานสูง และเป็นหัวใจสำคัญของทีม

ภาพจาก: ESPN

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเจ้าของตำแหน่งบัลลงดอร์เมื่อฤดูกาล 2023/2024 โรดรี จากแมนเชสเตอร์ ซิตี

ซึ่งในแผนของเป็ป กวาดิโอลาในยุคเทรเบลแชมป์ โรดรี ถือเป็นหัวใจหลังสำคัญในเกมกองกลางของทีมในแผน 4-1-4-1 หรือ 3-2-4-1 ไฮบริด

ในฐานะตัวกองกลางรับคนเดียวที่ยืนค้ำในแดงกลางในเกมรับและคอยช่วยเหลือและสนับสนุนในเกมรุกถือเป็นความรับผิดชอบที่สูง แต่ถ้าทำได้ทีมของคุณจะมีแดนกลางที่แข็งแกร่งและจะเป็นตัวเชื่อมสำคัญทั้งในเกมรุกและรับ

ปัจจัยที่ 2 – เป็นตำแหน่งที่มี “ความต้องการสูง” และ “หายาก”

ภาพจาก: Sky Sports

แต่ไม่ใช่แค่สำหรับเป็ป กวาดิโอลาเท่านั้น ตำแหน่งกองกลางตัวรับเป็นตำแหน่งที่ผู้จัดการทีมทุกคนมีไม่ว่าจะเล่นแผน 4-3-3, 4-2-3-1, 4-4-2, หรือเมื่อกระทั่ง 3-4-2-1 ก็ตาม และทุกทีม “ต้องการ” ผู้เล่นแบบโรดรี แต่ว่าปัญหาคือ ผู้เล่นโปรไฟล์แบบนี้มีน้อยมาก

ตามหลัก Supply-Demand ยิ่งความต้องการมีมากแต่สินค้ามีน้อย ราคาก็ย่อมสูงเป็นธรรมดา

ปัจจัยที่ 3 – เงินเฟ้อ

ภาพจาก: Sky Sports

ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคานักเตะในช่วงไม่กี่ปีให้หลังพุ่งสูงเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่มีเงินลงทุนเข้ามาเยอะมากขึ้นในกีฬาฟุตบอล

แต่เคสที่ทำให้ราคาพุ่งกระฉูดคือเคสของ “มอยเซส ไคเซโด” ที่เชลซีซื้อมาจากไบรท์ตันที่ราคา 115 ล้านปอนด์ ที่เป็นสถิติสูงสุดของลีกอังกฤษ ณ เวลานั้น

และหลังจากนั้น ไบรท์ตันก็สามารถใช้ไคเซโด เป็นบรรทัดฐาน ถ้าอยากได้กองกลางคุณภาพแบบนี้ ก็ต้องราคาเท่านี้เหมือนไคเซโด นี่คือเคสที่เกิดขึ้นกับบาเลบา

และทีมอื่นก็สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้เช่นกัน กองกลางตัวรับคุณภาพ ถ้าไบรท์ตันได้ 115 ล้านกับไคเซโด ผู้เล่นของเราก็ต้องราคานี้ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นเคสของแอนเดอร์สัน

ปัจจัยที่ 4 – อายุและ Resale Value

ภาพจาก: Psychology Today

เวลาคุณซื้อบ้าน คุณคาดหวังว่ามันจะเป็นการลงทุนที่ดี นอกจากที่คุณจะสามารถอยู่อาศัยได้เองแล้ว ด้วยราคาที่ดินที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณจะขายก็จะได้กำไรดี

นั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ราคาแพงมากนั่นเอง

ไคเซโด บาเลบา และ แอนเดอร์สัน อายุ 21, 21 และ 22 เมื่อกำลังได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ ด้วยเลขไมล์ที่ยังน้อยและเล่นได้อีกนาน ก็เป็น “การลงทุน” เพื่ออนาคตชั้นดี แถมพวกเขามีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก ทำให้ไม่ต้องคิดเยอะว่าจะปรับตัวกับทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่

นอกจากนี้ ถ้าเกิดว่าจะขายต่อในอนาคต ก็มีแต่จะมูลค่าเพิ่มขึ้นตามฟอร์มที่มีทิศทางจะดีขึ้นตามอายุ พวกเขายังไม่ถึงช่วงพีคทางกายภาพเลยด้วยซ้ำ

สรุป

จากปัจจัยด้านแท็คติกและประวัติการเงินของผู้เล่นโปรไฟล์เดียวกันก่อนหน้าทั้งหมดทั้งมวล ก็สามารถประเมินได้ว่าทำไมผู้เล่นตำแหน่ง “กองกลางตัวรับ” ถึงแพงขนาดนี้

แต่ด้วยราคาที่แพง จึงไม่ใช่แค่ “การลงทุน” เท่านั้น แต่เป็น “การพนัน” ถ้าผู้เล่นที่ซื้อมาไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ ก็เปรียบเสมือนเผาเงินทิ้งไปโดยปริยาย

แต่ถ้าพวกเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้ไฉไลล่ะก็ ทีมก็จะได้ “เสาหลัก” ในแดนทาง ที่คอยคุม “เทมโป” เกมรุกและรับได้เป็นระยะเวลาตราบนานเท่านาน

อ้างอิง
Elliot Anderson: Manchester United have to pay £100–120m for Forest ace – Yahoo Sports
Nottingham Forest transfer rumours: Elliot Anderson – BBC Sport
Rodri: Manchester City complete £62.8m record signing of midfielder from Atletico Madrid – BBC Sport
https://youtube.com/shorts/A8BZoUs1Tbw?si=DcNGLXVVk8bxwMrG
Moises Caicedo transfer news: Chelsea agree £115m deal for Brighton midfielder – BBC Sport

Posted in

ใส่ความเห็น