โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

สิ้นเสียงนกหวีดหลังเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ออกมากล่าวถึงฟอร์มของทีมในตอนนี้ว่า
“ณ จุดนี้ ผู้เล่นในทีมยังสู้ต่อไปแม้ว่าสถานการณ์จะยากลำบาก ขอให้ไว้ใจผมจนจบฤดูกาลเถอะ”
โดยบอสใหญ่ชาวออสเตรียยืนยันตั้งแต่แรกแล้วว่า เขาจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ แต่ทั้งฟอร์มที่ย่ำแย่ของพาเลซซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 14 การที่เขาออกมาวิจารณ์บอร์ดบริหาร และการที่เขาแตกหักกับแฟนบอล ทำให้ซีซั่นนี้ของกลาสเนอร์อาจจบเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
บทเริ่มต้นที่สวยงาม
การที่พาเลซกลับมาอยู่ครึ่งล่างของตารางอีกครั้ง นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมาก เพราะกลาสเนอร์พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ในฤดูกาลที่แล้ว ชนะลิเวอร์พูลในศึกคอมมูนิตี้ชีลด์ และยังออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นไปสูงสุดถึงอันดับ 3 ตั้งแต่สัปดาห์แข่งที่ 6 พร้อมสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่อง (รวมช่วงท้ายฤดูกาลก่อน) ถึง 19 นัด
แน่นอนว่า แม่ทัพอย่างโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ได้รับเครดิตเต็ม ๆ หลายคนยกย่องในตัวเขา กับแผน 3-4-2-1 ที่กลาสเนอร์กลับทำให้มันดูเหมือน “ความมั่นคง” ที่สำคัญที่สุดของทีม ในช่วงเวลาที่ผู้จัดการทีมแผนหลังสามคนอื่นยังหาความแน่นอนไม่ได้
พาเลซในช่วงนั้นดูเหมือนเป็นทีมที่ทุกคนต้องเกรงกลัวและหวาดระแวง
จุดเปลี่ยนจากนอกสนาม สู่ในสนาม
จริง ๆ แล้ว จุดเริ่มต้นของฟอร์มที่ดิ่งพสุธาเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนฤดูกาลจะเริ่มเสียด้วยซ้ำ
คริสตัล พาเลซ ในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ ควรจะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก แต่เนื่องด้วยกฎเจ้าของทีมร่วม ทำให้พาเลซถูกปรับไปเล่นในยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีกแทน
แต่สิ่งที่ทำให้กลาสเนอร์ไม่พอใจยิ่งกว่าคือ “ตลาดนักเตะช่วงหน้าร้อน” ของทีม ที่ถึงแม้จะทำกำไรได้ถึง 16.5 ล้านปอนด์ แต่ทีมกลับไม่ได้ซื้อผู้เล่นที่กลาสเนอร์ชื่นชอบหรืออยากใช้งานจริง ๆ
มิหนำซ้ำ สัญญาของกลาสเนอร์ก็จะหมดลงหลังฤดูกาลนี้ หากพาเลซไม่สามารถแสดง “ความกระหาย” และแผนระยะยาวที่ทำให้เขาเชื่อมั่นได้ กุนซือวัย 51 ปีก็พร้อมจะไปอย่างไม่ลังเล
ความต้องการเชิงธุรกิจของพาเลซ ซึ่งรู้ตัวว่าเป็นทีมระดับกลางที่ไม่สามารถรั้งผู้เล่นระดับท็อปไว้ได้ในระยะยาว สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับความต้องการของกลาสเนอร์ที่อยากพาทีมลุ้นพื้นที่ด้านบนของตาราง
New Year, New Palace

และทุกอย่างก็มาถึงจุดแตกหักเมื่อขึ้นปี 2026
ทัพอินทรีแก้วเลือกขายมาร์ค เกฮี กองหลังกัปตันทีม ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคา 20 ล้านปอนด์ นั่นทำให้กลาสเนอร์ไม่พอใจอย่างมาก และประกาศต่อสื่อมวลชนว่าเขาจะไม่ไปต่อกับทีม พร้อมอำลาหลังจบฤดูกาลนี้
จากนั้นความรู้สึกแบบ “แล้วจะเล่นฤดูกาลนี้ไปทำไม” ก็เริ่มคืบคลานเข้าสู่ห้องแต่งตัว และฟอร์มของทีมจากที่พอทรง ๆ ก็กลับดิ่งลงเหว
นับตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พาเลซจากที่เคยไม่แพ้ใคร 19 นัดติด กลับกลายเป็นไม่ชนะใคร 12 นัดติดต่อกัน
และผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดคือการบุกไปพ่าย แม็คเคิลส์ฟิลด์ ทีมจากดิวิชั่น 6 ในศึกเอฟเอ คัพ 1-2 ทำให้แชมป์เก่าตกรอบตั้งแต่รอบแรก

เกมนัดนั้นเหมือนทำให้ฤดูกาลของพาเลซ “จบลงในนามธรรม” แต่สิ่งที่แย่กว่าคือชื่อเสียงและความเชื่อมั่นต่อโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ทั้งจากแฟนพาเลซและแฟนบอลทีมอื่น ขาดสะบั้นแทบจะทันที
ก็จริงอยู่ บางคนอาจมองว่าเป็นความผิดของผู้เล่น เพราะทีมพรีเมียร์ลีกต่อให้ไม่มีโค้ชก็ไม่ควรแพ้ทีมนอกลีก แต่ผลลัพธ์มันสะท้อนชัดว่า กลาสเนอร์กำลังเสียการควบคุมในตัวผู้เล่น และความมั่นใจในทีมก็หายไปจนแทบหมด
ต่อจากนี้
ณ ตอนนี้ ยังไม่มีรายงานว่าจะมีการปลดกลาสเนอร์ออก
การปลดผู้จัดการทีมต้องใช้เงินและทรัพยากรพอสมควร และหากไม่สามารถหาตัวแทนที่เหมาะสมได้ในช่วงนี้ ทีมก็อาจแย่ลงกว่าเดิมอีกก็เป็นได้
ไม่น่าเชื่อเลยว่า คริสตัล พาเลซ และโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ที่ถูกเชิดชูและเกรงขามเมื่อต้นฤดูกาล กลับถูกมองข้ามและถูกสบประมาทอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงครึ่งฤดูกาล
มันเป็นข้อเตือนใจอย่างดีว่า ผู้จัดการทีมกับบอร์ดบริหารต้องมีวิสัยทัศน์เดียวกัน เพราะฟอร์มที่ดูดีชั่วครู่ อาจเป็นเพียงภาพมายาที่ซ่อน “ความพินาศ” ซึ่งรอวันตามมาอยู่ก็ได้
อ้างอิง
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cy9g5181nyjo
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cn4g0ld8d53o
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cx2w90855ywo
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c708v1jk9pqo
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c62n16q069xo
https://www.siamsport.co.th/football-international/fa-cup/97951/
ใส่ความเห็น