โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

เมื่อวานในเกมที่ นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ยไนเต็ด ที่ไม่แพ้ใครมา 11 นัดติด แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ของทีมสาลิกาดงจริงๆ
หลังจากในนาทีที่ 45 จาค็อบ แรมซีย์ กองกลางของนิวคาสเซิ่ล โดนใบเหลืองที่สองหลังจากที่พยายามพุ่งล้มในกรอบเขตโทษ ทำให้นิวคาสเซิ่ลเหลือ 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก
ณ ตอนนั้นเอง นิวคาสเซิ่ล รูปเกมนำและดูดีกว่าทีมปีศาจแดงอย่างมาก แต่พอมีใบแดงแบบนี้ ปกติอาจเสียขบวนทุกอย่างไปหมด
แต่ แอนโธนี กอร์ดอน สามารถเรียกจุดโทษและยิงเข้ากลางประตูให้นิวคาสเซิ่ลนำก่อน ซะ อย่าง งั้น
อย่างไรก็ดี ในจังหวะฟรีคิก ช่วงทดของทดเวลา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูคืนจากการโหม่งของคาเซมิโร
จบครึ่งแรกที่ 1-1
ในครึ่งหลัง ก็คงไม่ผิดที่จะคิดว่า ทัพอสูรแดงจะผงาดและครองเกมเพื่อบดขยี้คนน้อยกว่า
แต่ไก่ออกลูกเป็นลิง ไม่น่าเชื่อ กลายเป็นนิวคาสเซิ่ลที่ครองเกมและคงสกอร์นี้ไว้ได้ และรูปเกมเหนือกว่า แมนฯ ยูไนเต็ดที่มีผู้เล่นมากกว่าเสียอีก
ก่อนที่จังหวะสวนกลับและความขยันของ วิลเลียม โอซูลา จะปั่นโค้งๆ เขาตุงตะข่าย คว้าสามคะแนนให้นิวคาสเซิ่ลอย่างไม่น่าเชื่อ
ทำไมรูปเกมถึงดีกว่าชัดเจน

เครดิตทั้งหมดต้องยกให้ ผู้เล่นนิวคาสเซิ่ล และ เอ็ดดี ฮาว ที่ไม่ยอมแพ้และสามารถมอบความปรายชัยให้ปีศาจแดง หยุดสถิติแพ้คาบ้าน 3 นัดรวดของตัวเอง และสถิติไม่แพ้ใคร 11 นัดของทีมเยือนได้สำเร็จ
อนึ่ง กระผมคิดว่า การที่นิวคาสเซิ่ลออกนำก่อน คือแสงจุดประกายให้พวกเขาสู้แบบไม่เกรงกลัวในครึ่งหลัง เพราะการยิงนำก่อนในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ มอบความมั่นใจให้ทีมว่าพวกเขาเหนือกว่าแม้จำนวนคนน้อยกว่า ถึงแม้ประตูจะได้มาจากจุดโทษก็ตาม
นั่นทำให้ผู้เล่นนิวคาสเซิ่ลสามารถครองเกม ส่งบอลอย่างมั่นใจ และสามารถควบคุมเทมโปของทีมได้
อีกส่วนต้องขอบคุณ แอรอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูวัย 27 ปีที่สามารถปกป้องประตูเน้นๆของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ถึงสามครั้งเน้นๆ จาก ค็อบบี เมนู, โจชัว เซิร์กซี และ เลนีย์ โยโร
ส่วน เอ็ดดี ฮาว ผู้จัดการทีมเอง ก็สมควรได้เครดิตจากนัดนี้เช่นกัน การเปลี่ยนตัวที่ “กล้าแลก” กับปีศาจแดง ไม่หวั่นกลัวอะไรจนได้รับการตอบแทนถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
มุมมองของปีศาจแดง

เกมนี้เป็นเกมที่ทัพปีศาจแดงเล่นได้อย่างย่ำแย่
ทั้งการครองเกมที่เป็นรองตลอด บวกกับฟอร์มที่ไม่ดีของ ไบรอัน เอ็มบูโม และ มาเธอุส คุนญา ทำให้ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้เลยในกรอบเขตโทษ
แถมผู้เล่นทุกคนเล่นแบบพะวงกลัวตลอดเวลา หนึ่งเหตุผลอาจจะมาจากการที่พวกเขาโดนยิงนำก่อน จนเสียความมั้่นใจ
ไม่ใช่ว่าโอกาสจะไม่มี แต่พวกเขาจบไม่ได้เอง
นี่เป็นครั้งที่ 2 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พวกเขาพ่ายแพ้ต่อทีมที่เหลือ 10 คน หลังจากที่เขาแพ้เอเวอร์ตันคาบ้านในลักษณะนี้ไปเมื่อต้นฤดูกาล
สิ่งนี้เกิดขึ้น 2 ครั้ง ภายใน 2 เฮดโค้ช แสดงให้เห็นถึงสปิริตทีมที่ขาดหายภายในตัวผู้เล่นเอง และการที่พวกเขาจบสกอร์ไม่ได้เอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ทัพนี้ในชุดอโมริม ไม่สามารถไปไกลเท่าที่ฝั่งฝันได้
ทางด้าน ไมเคิล คาร์ริก นี่คือความปราชัยครั้งแรกในการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคงรู้ว่าไม่น่าจะสามารถจะชนะได้ตลอด แต่ก็คงไม่อยากให้แพ้แบบนี้เช่นกัน
คาร์ริกพยายามเพื่อตัวรุกเพื่อกดดันนิวคาสเซิ่ล แต่กลับไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ และการตัดสินใจส่ง ไทแรล มาลาเซีย ลงมาก็เป็นการกระทำที่โดนลงโทษโดยไม่ได้ตั้งใจ (เพราะไม่มีแบ็คซ้ายเหลือแล้วหลังจากที่ นุสแซร์ มาซราวี บาดเจ็บ) หลังจากที่แบ็คซ้ายชาวดัตช์ เสียเหลี่ยมให้กับ โอซูลา จนเป็นที่มาของประตูแห่งความพ่ายแพ้
ใส่ความเห็น