• โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    อันดับพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน, ภาพจาก: Google

    หลังจากการแข่งขันพรีเมียร์ลีกดำเนินมาได้ 5 สัปดาห์แรก จ่าฝูงเป็น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ชนะครบทั้ง 5 นัด มี 15 คะแนน และทิ้งอันดับ 2 อาร์เซนอลอยู่ถึง 5 แต้ม แต่กลับกัน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่อันดับที่ 11 โดยที่ ณ ตอนนั้นชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2

    ณ ตอนนั้น ลิเวอร์พูลเหมือนจะบินไกล สยายปีกในฐานะ “แชมป์เก่า” พร้อมสู่เส้นทางคว้าแชมป์อีกครั้งหลักจากที่ ชนะรวด 7 นัดแรกทุกรายการ ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จบฤดูกาลก่อนที่อันดับ 15 สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นราวกับผู้ป่วย ICU ที่ยื้อชีวิตไว้ไปวันๆ

    ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่อง “ยื้อชีวิต” รูเบน อโมริม เฮดโค้ชของปีศาจแดง ก็ตกเป็นที่คนหาของสื่อ และการเรียกร้องให้มีการไล่ออกหรือลาออกด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อเกมที่ 5 พวกเขาชนะเชลซีมาก็จริง แต่ก็ยังมีส่วนที่บอกว่าพวกเขา “แค่โชคดี” ที่โรเบิร์ต ซานเชส ผู้รักษาประตูสิงห์บลู โดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 5

    กลับกัน อาร์เนอ สล็อต กุนซือชาวดัตช์ของ เดอะ เรดส์ ก็ถูกชื่นชม ในฐานะที่ทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยถึงแม้ว่าจะชนะแบบหืดจับบ้าง แต่อย่างไรเสีย เพราะสุดท้ายพวกได้รับชัย ก็ไม่มีใครว่าอะไร

    ตัดภาพมาปัจจุบัน หลังจากเล่นพรีเมียร์ลีกไปได้อีก 4 เกม

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิดสถานการณ์มาสู่ด้านบนของตารางในอันดับที่ 6 ได้สำเร็จจากการชนะ 3 ใน 4 นัดหลังสุด มี 16 คะแนน กลับกัน ลิเวอร์พูลนั้นแพ้ถึง 4 นัดรวดในลีก ตกมาอยู่อันดับ 7 อย่างน่าเหลือเชื่อ ที่ 15 คะแนนเหมือนเมื่อสัปดาห์ที่ 5

    คำถามคือ ทำไมสถานการณ์ถึงพลิก 180 องศาขนาดนี้

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – “วันที่ดีกำลังจะมา”

    ภาพจาก: FotMob

    คำพูดสะท้อนความหวังและเปรียบเสมือน “สัญญา” ของอโมริมที่กล่าวไว้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากพาทีมหล่นไปอยู่อันดับ 15 ซึ่งแย่ที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมา

    โดยถึงแม้ว่าทีมของเขาในช่วงแรกจะฟอร์มแย่มาก แต่ตัวเลขหลายอย่างบอกว่า “พวกเขาควรจะดีกว่านี้”

    นอกจากตารางการแข่งของพวกเขาค่อนข้างยาก เมื่อต้องรับศึกหนักจาก อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี Opta ได้พูดถึงสถิติพวกเขาว่า พวกเขามีจำนวนประตูคาดการณ์​ (Expected Goal หรือ xG) ที่สูงที่สุดในลีก ณ ขณะนั้น

    และสิ่งนั้นก็มาสะท้อนในช่วงหลัง ทั้งชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0, ลิเวอร์พูล 2-1, ไบรท์ตัน 4-2 ทำให้พวกเขากลับมีมามีจำนวนลูกได้เสียที่เป็นบวกอีกครั้ง สิ่งที่แฟนปีศาจแดง ไม่ได้เห็นมานาน

    นอกจากนี้ ผลลัพท์ในการทำประตูที่ดีก็มาจากการเล่นที่เข้าขามาขึ้นจากสามประสานตัวรุกใหม่ มาเธอุส คุนญา, ไบรอัน เอ็มเบอโม และ เบนจามิน เชสโก ที่ซื้อมาในฤดูกาลนี้ด้วยราคารวมประมาณ 200 ล้านปอนด์ โดยทั้งสามคนมีส่วนร่วมกับประตูในเกมที่ชนะ ไบรท์ตัน

    แต่นอกจากนี้ อีกดีลหนึ่งที่แทบจะมีอิมแพ็คอย่างมากคือ “เซนเนอ ลัมเมนส์” ผู้รักษาประตูคนใหม่ หลังจากที่อโมริมยังไม่รีบส่งเขาลงหลังซื้อตัวมาตอนปิดตลาด ผู้รักษาประตูชาวเบลเยี่ยม ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในทุกเกมที่ลงเล่น

    โดยเขาลงเล่น 3 นัด ถึงแม้จะเสียไป 3 ประตู แต่ก็ทำผลงานได้ดี และชนะในทุกเกมที่ลงเล่น ถึงแม้จะไม่โดดเด่นมาก แต่การที่เขาสามารถออกมาคว้าลูกครอส ไม่เสียประตูง่ายๆ และมีความ “นิ่ง” ราวกับเล่นมานาน เป็นสัญญานที่ดี สำหรับผู้รักษาประตูที่เล่นฟุตบอลอาชีพมาเพียง 1 ฤดูกาลเต็มเท่านั้น

    และหลังจากที่ผ่านมานาน เหมือนอโมริมจะสามารถหา “เค้าโครง” ของ 11 คนตัวจริงของเขาได้แล้ว ทำให้มีความสม่ำเสมอ และเพิ่มความเข้าใจของผู้เล่นในตำแหน่งและหน้าที่ของตัวเองอีกด้วย

    ลิเวอร์พูล – ไสยเวทย์ย้อนกลับ

    ภาพจาก: BBC

    “อาร์เนอ สล็อต นา นา นา นา นา นา นา” เพลงเชียร์สล็อตที่ เยอร์เกน คล็อปป ร้องให้เมื่อส่งไม้ต่อตำแหน่งเฮดโค้ชของทีม ซึ่งสล็อตก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการคว้าแชมป์ตั้งแต่ฤดูกาลแรก

    พอมาฤดูกาล 2 ลิเวอร์พูลอาจเริ่มด้วยฟอร์มที่ไม่ได้ไฉไลเท่าฤดูกาลแรก แต่ก็ได้ประตูในช่วงท้ายเกมเพื่อเก็บชัยชนะได้ใน 7 นัดแรก

    แต่หลังจากที่แพ้ต่อ คริสตัล พาเลซ 1-2 จากประตูของเอ็นเคเทียห์ ในนาทีที่ 97 ก็เหมือนกับว่า “นาทีบาป” จะเป็นใจให้กับศัตรูของเขาแทน

    เพราะหลังจากนั้นในเกมลีก พวกเขาพ่ายต่อ เชลซี 1-2 จากประตูชัยท้ายเกมของเอสเตเวา และในศึกแดงเดือด พวกเขาเสียประตูให้กับ แฮร์รี แม็คไกวร์ ในนาทีที่ 84 ที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ 1-2 อีกด้วย

    และถึงแม้พวกเขาจะชนะแฟรงก์เฟิร์ต 5-1 พวกเขาก็กลับสู่ความจริงเมื่อพ่ายต่อเบรนต์ฟอร์ด 2-3

    ปัญหาของทีมชุดนี้คือ “ความเปลี่ยนแปลงที่มากเกินไป”

    เมื่อบอร์ดลิเวอร์พูลใช้แท็คติกอเมริกันเกมส์ที่ว่า “เมื่อคุณขาขึ้น ต้องทุ่มให้สุด” หลังจากที่แทบจะทุบกระปุก จ่ายสูงถึง 446 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อผู้เล่นชั้นนำมากมาย ทั้งเจเรมี ฟริมพง, ฟลอเรียน เวิร์ตซ์, ฮูโก เอกิติเก, มิลอส เคอเคส และอเล็กซานเดอร์ อิซัก มาเสริมทัพ

    แต่นอกจากเอกิติเกแล้ว ที่เหลือยังไม่สามารถมีฟอร์มที่สม่ำเสมอได้ ทั้งเวิร์ตซ์ที่ทำได้เพียง 2 แอตซิสต์จากการเล่น 12 นัด และอิซัคที่ทำได้เพียง 1 ประตู และแม้แต่ “อิยิปเทียนคิงส์” โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็มีฟอร์มที่ย่ำแย่เช่นกัน โดยยิงไปแค่ 3 ประตูในฤดูกาลนี้ (หนึ่งลูกจากจุดโทษ)

    และการที่ผู้เล่นมีฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอนั้นเอง ทำให้สล็อตต้องเปลี่ยนไลน์อัพแทบตลอดเวลา หาความสม่ำเสมอให้ทีมไม่เจอ

    ข้อคิดจากสิ่งนี้

    “Life comes at you fast” หรือแปลเป็นไทยว่า ชีวิตนี้ไม่เข้าใครออกใคร เป็นคำพูดที่สะท้อนถึงสถานการณ์ของทั้งสองทีมได้ดีที่สุด

    คุณอาจจะมีความสุขหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ “ไม่มีทางผิดพลาดได้” แต่กระนั้นแล้ว ไม่เคยมีอะไรแน่นอน ทุกอย่างเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

    นอกจากนี้ ความเสถียรของไลน์อัพ ก็เสริมถึงความสม่ำเสมอในฟอร์มและการเล่นเป็นทีมของเหล่าผู้เล่นอีกด้วย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

    ท้ายที่สุดแล้ว ฟอร์มที่แย่และดีของทั้งสองทีมและโค้ช ก็แสดงให้แฟนบอลทั้งสองทีมได้รับรู้แล้วว่า

    “พวกเขาสามารถขึ้นสูงได้ และพวกเขาสามารถตกลงมาต่ำได้เช่นกัน”

    อ้างอิง
    https://www.premierleague.com/en/tables?competition=8&season=2025&round=L_1&matchweek=5&ha=-1
    https://www.premierleague.com/en/tables?competition=8&season=2025&round=L_1&matchweek=-1&ha=-1
    https://theanalyst.com/competition/premier-league/stats
    https://www.skysports.com/football/news/11669/13423420/liverpool-transfers-how-reds-funded-their-record-breaking-window

  • โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    แทรี โรเซียร์ ผู้เล่นการ์ดทีม ไมอามี ฮีต(ซ้าย) และ ณอนซี บิลลัปส์ เฮดโค้ชของ พอร์ตแลนด์ แทรล เบลเซอร์ส (ขวา), ภาพจาก: CNN

    ถ้าคุณเปิดดูอเมริกันเกมส์ในปัจจุบัน คุณจะเห็นโฆษณาการพนันกีฬาเต็มไปหมด และเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดสดไปแล้ว

    ด้วยสปอนเซอร์ที่เป็นการพนันกีฬา สิ่งนี้เริ่มที่จะกลายเป็น “เรื่องปกติ” ของการเสพข่าวสารหรือรับชมกีฬาในประเทศสหรัฐฯ

    แต่อย่างไรก็ดี เมื่อกลางดึกวานนี้ (23 ตุลาคม) ตามเวลาประเทศไทย ณอนซี บิลลัฟส์ (Chauncey Billups) เฮดโค้ชของ พอร์ตแลนด์ แทรล เบลเซอร์ส และ แทรี โรเซียร์ ผู้เล่นการ์ดทีม ไมอามี ฮีต ถูกจับกุมโดย FBI หลังจากมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการพนันผิดกฎหมาย

    นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่มีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้ในโลกของกีฬาหรือ NBA แต่การที่เป็นเคสร้ายแรงแบบนี้ เป็นเรื่องดีต่อวงการกีฬาหรือไม่

    จอนเทย์ พอร์ตเตอร์ เคสพนันที่ชัดเจน

    ภาพจาก: NBC News

    จอนเทย์ พอร์ตเตอร์ (Jontay Porter) เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล NBA โดยเขาไม่สามารถเล่นได้ให้กับทีมใดทีมหนึ่งเป็นระยะเวลายาว และมักจะสลับไปมาระหว่าง NBA และ G League

    แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเงินพนันสถิติของพอร์ตเตอร์มากจนน่าสงสัย

    จนเป็นที่มาของการสืบสวนสอบสวนโดย NBA ซึ่งเกมที่ชัดเจนที่สุดคือเกมที่ โทรอนโต แรปเตอร์ส ปะทะ ลอส แองเจลิส คลิปเปอร์ส เมื่อเดือนมกราคมปี 2024 ที่พอร์ตเตอร์เล่นไปแค่ 4 นาทีเท่านั้นก่อนจะอ้างว่าเจ็บตา โดยเขาคว้า 3 รีบาวน์และทำแต้มไม่ได้เลย ทำให้คนที่พนันว่าเขาจะทำสถิติได้ “ต่ำ” ชนะไป

    การเอี่ยวสถิติตัวเองเพื่อ “จงใจ” ก่อให้เกิดสถิติตามกำหนดนั้น รวมถึงการสืบสวนที่ว่า พอร์ตเตอร์ ได้ลงพนันในเกมที่ตัวเองเล่นจริง ทำให้พอร์ตเตอร์โดยแบนโดย NBA ตลอดชีวิต

    นอกจากนี้ NBA ยังเคยมีกรณีที่สืบสวนบุคคล “ต้องสงสัย” ทั้ง เจย์เดน ไอวีย์ และ แทรี โรเซียร์ ในลักษณะเดียวกัน แต่ NBA ยังไม่ตัดสินว่าทั้งคู่มีความผิด (ก่อนที่โรเซียร์จะโดนจับกุมโดย FBI)

    การทำให้มันชัดเจน สามารถควบคุมมันได้ง่าย

    ภาพจาก: ESPN

    ตั้งแต่ที่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (Supreme Court) ยกเลิกกฎหมายที่ทำให้การพนันกีฬาถูกกฎหมายที่ลาส เวกัส เท่านั้น และมอบสิทธิให้แต่ละรัฐไปจัดการกันเอง การพนันกีฬาที่ถูกกฎหมายก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในอเมริกา ด้วยแอพพลิเคชั่นหลายตัวที่สามารถทำให้พนันได้จากโทรศัพท์มือถือ และการโฆษณาพร้อมการร่วมมือจากลีกกีฬาชั้นนำ

    ซึ่งถึงแม้ว่าจะสวนทางกับท่าทีของลีกกีฬาในสมัยก่อนที่พยายามไม่ให้มีการเกี่ยวข้องกับพนันเด็ดขาด แต่การทำให้มันเป็นเรื่องถูกกฎหมายและมีช่องทางที่ชัดเจน ก็มีข้อดีเช่นกัน

    เนื่องจากแอพพนันเหล่านี้ มีระบบที่จะตั้งธง (flag) การพนันที่น่าสงสัย และถ้ามันชัดเจนเกินไป ก็จะแจ้งให้ทางลีกทราบ เพื่อนำไปสู่การสอบสวนและลงโทษหากเห็นสมควร ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำไม NBA ถึงสามารถลงโทษพอร์ตเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว

    ในเมื่อปัญหาการพนันจะมีอยู่ ถ้า “เรา” เป็นฝ่ายควบคุมมัน ก็จะจัดการกับผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น

    ปัญหาที่แท้จริง?

    ปัญหาหลักของเคสนักกีฬาพยายามควบคุมสถิติตัวเอง คือ “หนี้” และความสะดวกในการพนัน

    พอร์ตเตอร์นั้นก็มีรายงานมาว่าติดหนี้พนันเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องทำแบบนี้เพื่อปลดหนี้ เช่นเดียวกับกรณีที่นักกีฬาบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยแอริโซนา สเตท ที่พยายามล็อกผลการแข่งขันเนื่องจากเป็น “หนี้” พนัน

    อย่างไรก็ดี ก็มีความคิดเห็นที่ว่า แล้วการที่ทำให้การพนันแพร่หลาย ไม่ช่วยให้การเป็นหนี้พนันง่ายขึ้นหรือ

    ถึงแม้ว่าจะไม่ทราบแน่ชัดว่าเคสปัจจุบันเกี่ยวกับหนี้หรือไม่ แต่ก็ยังมีคำถามต่อไปว่า

    “ท่าทีของลีกกีฬากับการพนัน ควรจะเป็นอย่างไรกันแน่”

    อ้างอิง
    Live updates: NBA stars Chauncey Billups and Terry Rozier arrested in illegal sports betting bust – BBC News
    NBA bans Raptors’ Jontay Porter for gambling violations – ESPN
    Creating a “fix”: The story of point-shaving at ASU | Cronkite News
    Supreme Court strikes down federal law prohibiting sports gambling – ESPN
    A timeline of NBA’s decade-long embrace of sports betting – The Athletic

  • โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    ภาพโดย: MLB.com

    หลังจากจบฤดูกาล 2023 โชเฮ โอตานิผู้ตอนนั้นเป็นฟรีเอเจนท์เต็มตัว สามารถเลือกว่าเขาจะไปที่ไหนก็ได้ หลังจากเล่นให้กับลอส แองเจลิส แองเจลส์ ถึง 6 ฤดูกาล

    หลังจากการที่ทีมทยอยส่งข้อเสนอที่น่าสนใจ ก็เหลืออยู่แค่สองออปชั่นที่ “เป็นไปได้มากที่สุด” สำหรับ “ซามูไรดาบคู่” ทีมแรกคือลอส แองเจลิส ด็อดเจอร์ส ผู้อยู่เมืองเดียวกัน เป็นทีมที่ลุ้นแชมป์มาตลอด 6 ฤดูกาลที่โอตานิข้ามมาค้าอาชีพที่อเมริกา เป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์และเป็น “แบรนด์” ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆของโลก และเป็นทีมที่โอตานิเลือกที่จะย้ายไปในท้ายที่สุดด้วยสัญญา 10 ปี 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเลื่อนระดับเป็น “เมกาสตาร์” ตามที่เป็นในปัจจุบัน

    แต่อีกทีมที่ “ใกล้เคียงมากๆ” ที่จะคว้าลายเซ็นของโอตานิมาร่วมทีม คือ โทรอนโต บลู เจย์ส ทีมมวยรองจากแคนาดา ที่มีผู้เล่นและศักยภาพมากพอที่จะลุ้นแชมป์ได้ในอนาคต โดยบลู เจย์สพร้อมจะมอบทุกอย่างให้โอตานิ ทั้งเงิน, อุปกรณ์ซ้อม และสวัสดิการแบบ 5 ดาวหวังจะคว้าหัวใจของพ่อหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ และถึงแม้ว่าโอตานิจะ “แอบมีใจ” ด้วยการไปเยี่ยมแบบลับๆ ถึงคลับเฮาท์ส แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะไม่มา

    แล้วยิ่งว่าละครหลังข่าว เมื่อด็อดเจอร์สกับบลู เจย์สจะมาพบกันในการแข่งขันเบสบอลเวิร์ลซีรีย์ ศึกตัดสินเจ้าเบสบอล MLB ประจำฤดูกาลนี้

    เหมือนเป็นการพบกันระหว่าง “คนคุยเก่า” กับ “แฟนใหม่” แต่ก็เหมือนการพบกันระหว่าง “ฮีโร่” และ “วายร้าย” อีกด้วย

    ลอส แองเจลิส ด็อดเจอร์ส – แฟนใหม่ สวย รวยมาก และ “วายร้ายในคราบฮีโร่”?

    ภาพโดย: Los Angeles Times

    ด้วยศักดิ์ “แชมป์เก่า” การคว้าแชมป์อีกครั้ง “ควร” จะง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ด้วยค่าเหนื่อยร่วมสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของลีกเมื่อเริ่มฤดูกาล (หนึ่งในปัจจัยที่เพราะ โอตานิยอมสละค่าเหนื่อย 68 ล้านดอลลาร๋ต่อปีให้ไปจ่ายตอนครบสัญญา) แถมเสริมพิตเชอร์สำรอง (Relief Pitcher) จำนวนมากทั้ง เทนเนอร์ สก็อตต์ (Tanner Scott) และ เคอบี เยิสต์ (Kirby Yates) พร้อมทั้งยังได้ตัวพิตเชอร์ดาวรุ่งสุดโหดจากญี่ปุ่น โรกิ ซาซากิ อีกด้วย

    แต่อาการบาดเจ็บที่มาประสบต่อทีมด็อดเจอร์ส โดยตัวหลักที่บาดเจ็บคือพิตเชอร์ ทอมมี กอนโซลิน และ เบลก สเนลล์ ที่เจ็บยาว รวมถึงซาซากิที่ทำผลงานแย่ในช่วงแรกเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่รบกวนมานาน เป็นปัญหาสำคัญสำหรับเกมรับของทีม ทำให้เส้นทางของพวกเขายากขึ้นอย่างมาก

    มิหนำซ้ำ ด็อดเจอร์ส ยังอยู่ในดิวิชั่น NL ตะวันตก ที่มีการแข่งขันสูงมากทั้งจากทีม ซานดิเอโก พาเดรส์ ที่เป็นคู่ปรับสำคัญในปีนี้ พร้อมทั้ง ซาน ฟรานซิสโก ไจแอนท์ กับ แอริโซนา ไดมอนต์แบ็คส์ ที่มาแรงในช่วงฤดูกาลหลังๆ ทั้งสี่ทีมพร้อมจะเข้าไปในโซนเพลย์ออฟได้ตลอดเวลา ถ้าทีมไหนพลาดพลั้ง อีกทีมย่อมพยายามทำคะแนนแซง

    อย่างไรก็ดี ด้วยผลงานในเกมรุกที่ยอดเยี่ยมของโชเฮ โอตานิ และ เฟรดดี ฟรีแมน เวิร์ลซีรีย์ MVP เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับผลงาน “เหนือธรรมชาติ” ของโยชิโนบุ ยามาโมโตะ ที่สถาปนาเป็นพิตเชอร์ที่ดีที่สุดในลีก ทำให้ด็อดเจอร์ส จบอันดับ 1 ของ NL ตะวันตก ในดิวิชั่นที่มีทีมที่ชนะอย่างน้อย 80 เกมถึง 4 ทีม แต่ด้วยชัยชนะเพียง 92 เกม ทำให้จบในอันดับ 3 ของเนชันแนลลีก (National League) ทำให้ต้องไปเล่นใน Wild Card และเจอศึกยากกว่าปกติอีกด้วย

    แต่ด็อดเจอร์ส ที่เคยถูกสบประมาทว่าเป็นทีมที่จะเล่นไม่ออกในเพลย์ออฟ ก็ถล่มทุกทีมที่พวกกเขาเจอ ทั้งซิซินาติ เรดส์, ฟิลาเดลเฟีย ฟิลลีย์ส และ มิลวอกี บรูวเวอร์ส โดยพวกเขาแพ้ไปแค่เกมเดียวเท่านั้นในรอบเพลย์ออฟ

    ทั้งนี้ก็มาจากพิตเชอร์ที่แข็งแกร่ง ทั้งยามาโมโตะ, สเนลล์, ไทเลอร์ กลาสนาว รวมถึงซาซากิที่กลับมาเด่นในบทบาท “ตัวปิดเกม” (Closer)

    และถึงแม้ว่าผลงานในช่วงแรกของโอตานิจะดูเฉยๆ แต่ผลงาน 3 โฮมรันพร้อมขว้าง 10 สไตรก์เอาท์ ก็เป็นการเตือนความจำถึงความสามารถ “เหนือมนุษย์” ของเขา

    ภาพจาก: BBC

    แต่นอกเหนือจากเรื่องผลงาน คือ “ความรู้สึก” ของแฟนเบสบอลที่มีต่อด็อดเจอร์สด้วย

    ในฐานะ “ทีมซุปเปอร์สตาร์” ด็อดเจอร์สเป็นทีมที่ได้รับความสนใจจาก MLB อย่างมาก โพสโซเชี่ยลมีเดียให้ความสำคัญกับด็อดเจอร์สมากกว่าทีมอื่น โดยเฉพาะอะไรก็ตามที่มี “โชเฮ โอตานิ” มาเกียวข้อง อนึ่งเพราะว่ามี Demand สำหรับสิ่งนั้น เชสชั่น “ซ้อมทีม” ของด็อดเจอร์สมีคนมาดูเต็มสนาม เช่นเดียวกับเกมแรกที่โชเฮเล่นในฐานะพิตเชอร์ของด็อดเจอร์สอีกด้วย

    ในสายตาปตุชนคนทั่วไป ด็อดเจอร์สคือพระเอก ผู้พาเบสบอลกลับเข้าสู่เมนสตรีมอีกครั้ง ความสายตาและความสนใจสู่กีฬาชนิดนี้ แต่กับแฟนเบสบอลทีมอื่น ก็ย่อมเกิดความรู้สึก “น้อยใจ” อยู่ลึกๆ

    พวกเขาอยากได้ความเอาใจใส่จากสื่อ เงิน รายได้ เหมือนดั่งด็อดเจอร์สอยากได้ แต่พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้ และด็อดเจอร์สก็รู้เรื่องนี้ดี

    “พวกเรามาชนะอีก 4 เกม และ “ทำลาย” เบสบอลกัน” เดฟ โรเบิร์ตส เฮดโค้ชของด็อดเจอร์สกล่าวหลังพาทีมชนะมิลวอกี บรูวเวอร์ส

    เพราะฉะนั้น ในคราบพระเอก พวกเขารู้ว่าพวกเขาคือ “วายร้าย” ในวงการเบสบอล

    โทรอนโต บลูเจย์ส – มวยรอง ถูกมองข้าม คนนอก “ฮีโร่ในคราบวายร้าย”

    ภาพจาก: MLB.com

    ถึงแม้ว่าบลูเจย์สจะไม่ได้ตัวโอตานิมา แต่พวกเขาก็มีผู้เล่นคุณภาพดีพอที่จะ “สามารถแข่งขันได้” ใน MLB นำโดย โบ บิเช็ตย์ (Bo Bichette) และ วดาดิเมียร์ เกร์เรโร จูเนียร์ (Vladimir Guerrero Junior) ลูกชายของอดีตผู้เล่น ดันเต บิเช็ตย์ (Dante Bichette) และ วดาดิเมียร์ เกร์เรโร ซีเนียร์ (Vladimir Guerrero Senior) ซึ่งรายหลังก็เป็นอดีตผู้เล่นตำนานของบลูเจย์สด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นสนับสนุนในเกมรุกทั้งจาก จอร์จ สปริงเกอร์ และ อเลฮานโดร เคิร์ก

    แต่ผลงานของบลู เจย์ส ในฤดูกาลที่แล้วถือว่าแย่มาก จบที่โหล่ใน AL ตะวันออก ด้วยฟอร์มของผู้เล่นหลายคนที่ถือว่าย่ำแย่ เป็นการตั้งคำถามว่า ผู้เล่นชุดนี้ดีพอที่จะแข่งในดิวิชั่นสุดหินได้หรือไม่

    ถ้าด็อดเจอร์สที่อยู่ NL ตะวันตก ว่ายากแล้ว บลู เจย์สที่อยู่ AL ตะวันออกว่ายากกว่า เนื่องจากเป็นการอยู่ร่วมดิวิชั่นเดียวกับนิวยอร์ก แยงกีส์ และ บอสตัน เรดซ็อกส์ สองทีมตำนานผู้มีประวัติศาสตร์และผู้เล่นที่มีความสามารถอย่างมาก เช่นเดียวกับ บัลติมอร์ โอริออลส์ที่เล่นดีอย่างมากใน 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา

    การเป็นที่หนึ่งในสายนี้ถึงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่พวกเขาก็ต้องดวลกับทีมอื่นในอเมริกันลีกอีก ทั้ง ฮูสตัน แอสโตรส์, ซีแอตเทิล มาริเนอร์ส, เท็กซัส เรนเจอร์ส และ ดีทรอยต์ ไทเกอร์ส

    ปัจจัยเหล่านั้นทำให้บลู เจย์ส ที่มีผู้เล่นเก่งมากมาย ไม่สามารถเข้ารอบเพลย์ออฟได้ในปีที่แล้ว แถมพิผ่านเข้าไปได้ ผลงานในเพลย์ออฟช่วงหลังๆของเขาก็แย่มากอีกด้วย โดยมักจะจบที่รอบ Wild Card ด้วยซ้ำ

    แต่ในปีนี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป

    ทั้งฟอร์มของโอริออลส์ที่แทบจะดิ่งลงทะเล จาก ที่ 2 ของสาย ตกเป็นที่ 5 ทำให้ หนึ่งในเต็งของสายดร็อปลงไป

    หมิหนำซ้ำ ซีซั่นนี้ จอร์จ สปริงเกอร์ เอาท์ฟิลด์ของทีมผู้เล่นได้น่าผิดหวังนับตั้งแต่ย้ายมาโทรอนโต คืนฟอร์มเก่งคล้ายเมื่อสมัยเขาคว้ารางวัลเวิร์ลซีรีย์ MVP กับฮูสตัน แอสโตรส์

    จอร์จ สปริงเกอร์, ภาพจาก: NPR

    ปัจจัยทั้งหมดนี้ ทำให้พวกเขาจบอันดับที่ 1 ในสายด้วย

    และฟอร์มของจอร์จ สปริงเกอร์ ผู้เด่นเรื่องตีโฮมรันในเพลย์ออฟ ก็ไม่แผ่วเลย เป็นตัวหลักในการพาทีมผ่านของแข็งทั้ง นิวยอร์ก แยงกีส์ และ ซีแอตเทิล มาริเนอร์ส มาได้

    แถมเจ้าตัวยังเป็นคนตีทรีรันโฮมรัน ส่งมาริเนอร์ส กลับบ้านในเกม 7 ของศึกชิงแชมป์อเมริกันลีกอีกด้วย

    ในฐานะมุมมองของแฟนกีฬานี้ต่อบลู เจย์ส พวกเขาเปรียบเสมือนวายร้ายมาตลอด

    จังหวะที่โซเช เบสติสตา ตีทรีรันโฮมรันเพื่อพาบลูเจย์สชนะเท็กซัส เรนเจอร์ส ในศึก ALDS ปี 2015 เขาได้โยนไม้ดีใจในเกมนั้นอีกด้วย

    โซเช เบสติสตา โยนไม้ดีใจหลังตีโฮมรัน, ภาพจาก: MLB.com

    ซึ่งก่อนหน้านั้น การโยนไม้ (Bat Flip) หรือการดีใจดด้วยอารมณ์สุดขีด ถูกมองว่า “เป็นการไม่ให้เกียรติคู่แข่ง” แต่การโยนไม้ในครั้งนั้น เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของเบสบอล กลายเป็นเรื่องปกติที่จะแสดงท่าดีใจหลังตีโฮมรันได้ แต่แน่นอนว่าการกระทำแบบนั้น ก็ทำให้แฟน(และผู้เล่น)บางส่วนไม่พอใจอยู่ดี เบาติสตา และบูลเจย์ส เลยถูกมองว่าเป็น “ตัวร้าย” ในสายตาของบางคน

    นอกจากนี้ โทรอนโต บลู เจย์ส ยังมาจากแคนาดา หาใช่ “แดนแห่งอิสรภาพ” การมีสถานะคล้าย “คนนอก” ย่อมโดนสบประมาทและมองข้าม

    แต่ทุกคนก็ชอบมวยรอง และบูล เจย์ส ก็เป็นแบบนั้น

    ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะมาแรงในปีนี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะผ่านแยงกีส์และมาริเนอร์สมาได้ในลักษณะแบบนี้ พอมาริเนอร์สนำ 2-0 เกม ทุกคนก็คิดว่าบลู เจย์ส จะพลาดอีกตามเคย

    แต่ตอนนี้ พวกเขาทำได้แล้ว พวกเขากลับมาเวิร์ดซีรีย์อีกครั้งนับตั้งแต่พวกเขาคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกันในปี 1993 หรือเมื่อ 32 ปีก่อน

    สรุปแล้ว ใครเป็นฮีโร่หรือวายร้าย

    ไรซ์ ชาวเวอร์, ภาพจาก: Umamusume Wiki & netkeiba

    ในการแข่งม้าญี่ปุ่น มีม้าตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ไรซ์ ชาวเวอร์ ซึ่งเรื่องราวของม้าตัวนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างดี

    เนื่องจากไรซ์ ชาวเวอร์สามารถชนะการแข่งขันในรายการใหญ่ได้ก็จริง แต่ก็มาพร้อมกับการ “ขัดขวาง” ประวัติศาสตร์ของม้าตัวอื่น

    ทั้งสถิติม้า 3 มงกุฎของ มิโฮโนะ เบอร์บอน และสถิติชนะเทนโน โชว ฤดูใบไม้ผลิ 3 สมัยติดของ เมจิโระ แม็คควีน จนมีโฆษณาเมื่อปี 2012 ที่ตั้งคำถามว่า

    “Heel or Hero?” (ตัวร้ายหรือพระเอก)

    ในทั้งสองมุมมอง ทั้งสองทีมคือพระเอกและวายร้ายต่อกันและกัน แฟนด็อดเจอร์ส ชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ และแฟนกีฬาทั่วไปย่อมเชียร์ด็อดเจอร์ส พวกเขาเก่ง และมีผู้เล่นที่เล่นได้อย่างเหนือความสามารถที่คนนึงจะมีได้ แต่กลับกัน แฟนบลู เจย์ส และอีกประมาณ 27 ทีมอื่น (อาจไม่ใช่ทุกคน) ก็อยากจะเชียร์โทรอนโต เพราะไม่อยากให้ด็อดเจอร์สประสบความสำเร็จ

    สุดท้ายแล้ว เราก็เป็นพระเอก และเขาก็เป็นวายร้ายในเรื่องราวของเราเอง

    แต่สุดท้ายแล้ว “พระเอก” หรือ “วายร้าย” คนไหนจะชนะในเวิร์ลซีรีย์ไป

    อ้างอิง
    Blue Jays set to face Shohei Ohtani in World Series
    2025 MLB payrolls: Every team from highest to lowest, full list
    Los Angeles Dodgers 2025 MLB Postseason Pitching Stats – ESPN
    Los Angeles Dodgers 2025 Roster Transactions – ESPN
    Dodgers injured list tracker 2025: Every player who misses time | True Blue LA
    MLB Postseason 2025: Playoff Bracket and World Series Schedule | MLB.com
    L.A. Dodgers seeing large crowds ahead of Tokyo Series
    The Los Angeles Dodgers once again dominate October, heading to the World Series
    Blue Jays never lost faith in George Springer after career-worst year
    Toronto Blue Jays 2025 MLB Regular SeasonBatting Stats – ESPN
    Postseason Results | Toronto Blue Jays
    10 years after The Bat Flip, Blue Jays in search of another propulsive moment
    Ranking the greatest bat flips in history
    Publicidad Rice Shower 2012 (The WINNER JRA)

  • โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    ธันเดอร์สพร้อมแหวนแชมป์ฤดูกาล 2024/2025 พร้อมถ้วยแลร์รีโอไบรอัน, ภาพจาก: NBA.com

    โอคลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ส แชมป์เก่า NBA ชนะ ฮูสตัน ร็อกเก็ตส์ 125-124 ในคู่เปิดสนามศึก NBA ฤดูกาล 2025-2026 ในเกมที่แข่งยาวจนต้องต่อเวลาพิเศษถึง 2 ครั้ง

    โดย OKC เปิดสนามเพย์คอม เซ็นเตอร์ ต้อนรับการมาเยือนของ ฮูสตัน ร็อกเก็ตส์ โดยก่อนเริ่มเกม ก็มีพิธีมอบแหวนแชมป์ให้กับธันเดอร์ ผู้คว้าแชมป์ NBA เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

    ธันเดอร์สนำทัพโดย เช กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ การ์ดผู้คว้ารางวัล MVP เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมาพร้อมกับ ลูเกนท์ ดอร์ท และ เคสัน วอลเลซ ในตำแหน่ง ชูตติ้งการ์ดและสมอลล์ฟอร์เวิร์ด พร้อมกับใช้ คู่หูภูเขาทอง เช็ต โฮล์ทเกรน และ ไอเซยาห์ ฮาร์เทนสไตน์ ยืนใต้เป้น ส่วนร็อตเก็ตส์ มาพร้อมกับ 5 ผู้เล่นตัวจริงที่สูงที่สุดตลอดการ นับตั้งแต่มีการนับส่วนสูงผู้เล่นตัวจริงเมื่อปี 1970 โดยมี อเมน ทอมป์สัน ผู้สูง 6 ฟุต 7 นิ้ว (200 เซ็นติเมตร) และผู้เล่นอีก 4 คน เควิน ดูเรนท์, จาบารี สมิธ จูเนียร์, อัลเพเรน เชนกุน และ สตีเวน อดัมส์ ที่สูง 6 ฟุต 11 นิ้ว (210 เซ็นติเมตร) เท่ากันหมด

    โดยเป็น “นายแบบเช” ผู้ทำ 35 แต้ม 5 รีบาวน์ และ 5 แอตซิสต์ ช่วยให้ธันเดอร์สพลิกกลับมาเสมอในครึ่งหลังและชนะในช่วงต่อเวลาที่ 2 ได้สำเร็จ รวมถึงเป็นคนชู้ตลูกโทษตัดสินทั้ง 2 ลูกตอนท้ายเกมหลังโดนทำฟาล์วโดย เควิน ดูเรนท์

    ส่วนทางร็อตเก็ตส์ที่แข่งกับแชมป์เก่าได้อย่างสูสี ก็มีอัลเพเรน เชนกุน เซ็นเตอร์ชาวตุรกีที่เกมนี้มาเล่นตำแหน่งพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นตัวหลักสำคัญของทีม ทำไปถึง 39 แต้มและ 11 รีบาวน์ พร้อมกับชู้ตสามคะแนนลง 5 ครั้งอีกด้วย

    ทั้งนี้ มีจังหวะช่วงท้ายการต่อเวลาพิเศษครั้งที่ 1 ที่ทั้ง 2 ทีมเสมอกัน 115-115 เควิน ดูเรนท์รีบาวน์และทำท่าคล้ายจะขอเวลานอกทั้งที่ร็อตเก็ตส์ใช้เวลานอกไปหมดแล้ว แต่กรรมการไม่เป่าฟาล์วในจังหวะดังกล่าว ซึ่งถ้ากรรมการจับฟาล์วในจังหวะนั้น ถือเป็นฟาล์วเทคนิกและธันเดอร์สจะต้องได้ชู้ตลูกโทษสองลูกอีกด้วย

    อ้างอิง
    Thunder 125-124 Rockets (Oct 22, 2025) Box Score – ESPN
    https://x.com/NBA/status/1980788418998333681
    Why wasn’t Kevin Durant called for a technical for asking for a timeout he didn’t have? – The Athletic

  • โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ล้วนเป็นทีมใหญ่ในอังกฤษที่มีฐานแฟนบอลอยู่ทั่วโลก และต่างคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้ว 20 สมัย ในฤดูกาลปัจจุบันทั้งสองทีมประสบปัญหาที่สร้างคำถามให้แฟนบอลของพวกเขา ซึ่งทั้งสองกลุ่มแฟนแดนตายผู้ภักดี จะมาระเบิดอารมณ์ในแมตช์ “แดงเดือด” ในครั้งนี้

    ลิเวอร์พูล: แชมป์ปีที่แล้ว เป็นผลงานของใคร

    ภาพจาก: BBC

    อาร์เน่อ สล็อต เฮดโค้ชของลิเวอร์พูลได้สร้างประวัติศาสตร์หลังจากที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2 และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

    และในฤดูกาลนี้ เขาได้รับแรงสนับสนุนและ “กำลังทัพ” จากบอร์ดบริหารอย่างเต็มที่ หลังจากที่โถมงบประมาณรวมทั้งสิ้น 446.5 ล้านปอนด์ เพื่อเสริมทัพผู้เล่นชั้นนำทั้ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค, ฟลอเรียน เวิร์ตส์, ฮูโก เอกิติเก, เจเรมี ฟริมปง และ มิลอส เคอเคส

    แต่ในลิสต์ที่กล่าวมานั้น มีแค่เอกิติเกเท่านั้นที่ดูเหมือนจะสร้างอิมแพ็คชัดเจน โดยผู้เล่นที่เหลือทั้งอิซัคที่ต้องปรับกับระบบของทีมเพราะมาช้า เคอเคสยังไม่สามารถสร้างความไว้วางใจในตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ และฟริมปงกับเวิร์ตส์ยังเหมือนจะยังไม่สามารถปรับตัวได้ในลีกอังกฤษ โดยเฉพาะเวิร์ตส์ที่ทำประตูหรือแอตซิสต์ไม่ได้จนโดนล้อ “009” กันถ้วนหน้า

    ภาพจาก: Yahoo Sports

    นอกจากนี้ผู้เล่นอย่างโม ซาลาห์ ที่ฟอร์มตกตั้งแต่ต้นปี มาปลายปีแล้วก็ยังผลงานไม่ดีขึ้น ซึ่งเนื่องจากการที่เขาเป็นเสาหลักในเกมรุกของลิเวอร์พูล การที่ฟอร์มยังไม่กระเตื้องแบบนี้ การทำเกมรุกอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องยาก

    อย่างไรก็ดี พวกเขายังสามารถเก็บชัยชนะได้ใน 7 นัดแรก โดยเกมส่วนใหญ่ต่างก็มีประตูในช่วง “นาทีบาป” เพื่อคว้าชัยชนะมาได้ เช่นในเกมที่ชนะเบิร์นลีย์ 1-0, เกมที่พวกเขาเฉือนชนะแอตเลตติโก มาดริด 3-2 และเกมที่เอกิติเกยิงประตูชัยชนะเซาท์แฮมป์ตัน 2-1

    แต่ว่าใน 3 เกมหลังสุด กลายเป็นไสยเวทย์ย้อนกลับ เสียประตูชัยใน “นาทีบาป” ถึง 3 เกม ทั้งกับคริสตัล พาเลซ, กาลาตาซาราย และเชลซี ทำให้ปัจจุบันพ่าย 3 นัดติดภายใต้ฟอร์มของพวกเขาที่ย่ำแย่

    การพาผู้เล่นใหม่มาพร้อมกับถ่ายผู้เล่นเก่าอย่างดาร์วิน นูเนซ, หลุยส์ ดิอาซ, แทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เหมือนปรับยุคสมัยจาก “คล็อปป์” เป็น “สล็อต” อย่างชัดเจน

    ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีคำถามว่า สรุปแล้วที่ได้แชมป์ เพราะอนิสงฆ์บุญเก่าจากเจอร์เกน คล็อปปหรือไม่

    แม้จะยังรั้งอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก แต่สล็อตก็ต้องพิสูจน์ว่า แชมป์ลีกปีที่แล้วไม่ใช่เรื่อง “ฟลุ๊ก” และเขามีฝีมือมากพอที่จะคว้าแชมป์ได้อีกรอบในแบบของเขา 100%

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ผ่านมาจะปีแล้ว ความก้าวหน้าจะมาหรือยัง

    ภาพจาก: Sports Illustrated

    ตั้งแต่รูเบน อโมริม จากสปอร์ตติง ลิสบอน มาคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานของเขาในระยะสั้นถ้าให้พูดตรงๆก็ต้องบอกว่า “แย่มาก”

    ทั้งรั้งอันดับ 15 ของพรีเมียร์ลีก กับฟอร์มที่พร้อมจะแพ้ให้ได้ทุกทีม ถึงแม้ในยูโรปาลีกจะสามารถเล่นได้ดีจนผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ แต่ก็แพ้ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไป 1-0

    อย่างไรก็ดี ด้วยปรัชญาฟุตบอลแบบใหม่ที่ต่างจากระบบเก่าของเอริค เทน ฮาก ไปเยอะมาก รวมถึงการที่เสริมผู้เล่นเข้ามาคนเดียวอย่างแพตทริค ดอร์กู มิหนำซ้ำยังมีเรื่องอาการบาดเจ็บของอามาด และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ อีก ก็อาจจะต้องให้ Benefit of the doubt และหวังว่าผลงานจะดีขึ้นในฤดูกาลหน้า

    และแน่นอนว่าเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ กับ INEOS ไม่ยอมให้ปีศาจแดงเป็นกระสอบทราย เสริมทัพโดยเน้นไปที่ตัวรุกถึง 3 คน ทั้งมาเธอุส คุญย่า, ไบรอัน เอ็มเบอโม และเบนจามิน เชสโก

    แต่เจ้ากรรม ฤดูกาลใหม่มาผลงานก็ยังไม่กระเตื้อง ถึงแม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้ดีกับอาร์เซนอล แต่การเสมอฟูลแลมก็แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อน และการพลิกล็อคพ่ายกริมบี ทาว์น ทีมจากลีกทูในคาราบาว คัพ ก็กลายมาเป็นตราบาปติดตัวที่อโมริมจะโดนล้อไปอีกนาน

    ปัญหาที่สำคัญที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือความสม่ำเสมอ เพราะถึงชนะเบิร์นลีย์มี 3-2 แต่ก็พ่ายเบรนท์ฟอร์ดที่ฟอร์มแย่ 3-1 ในนัดต่อไปทันที

    สถิติชี้มาตลอดว่าปีศาจแดง ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 11 ในตาราง สามารถสร้างโอกาสได้เยอะและ “ควร” มีผลงานที่ดีกว่านี้มาก โดย Opta ได้ประเมินว่า ถ้าทุกทีมสามารถทำแต้มตามที่คาดการณ์ไว้โดยสถิติ ปีศาจแดงควรจะอยู่อันดับ 4 ด้วยซ้ำแต่ปัญหาเดิมเรื่องการจบสกอร์ ทำให้ “ผลลัพท์” ไม่ดีเท่าที่ควร

    ตารางทีมที่ทำเกิน/ต่ำกว่าคาดการณ์ ตัวคะแนนคาดการณ์จากการใช้ค่า Expected Goal (xG) ต่อนัดเป็นตัววัด คะแนนคาดการณ์เป็นสีม่วง, ภาพจาก: Opta

    อย่างไรก็ดี ในเกมนัดล่าสุดกกับซันเดอร์แลนด์ ชัยชนะ 2-0 ก็เป็นผลงานที่ดีของนักเตะทุกคน โดยเฉพาะการเปิดตัวอย่างงดงามของผู้รักษาประตูคนใหม่ เซนเนอ ลัมเมนส์ ทำให้แฟนบอลจากทีมสีแดงของแมนเชสเตอร์ ก็คาดหวังว่าทีมจะคงฟอร์มดีอย่างนี้ไปได้

    อาการบาดเจ็บทั้ง 2 ทีม:

    ภาพจาก: BBC

    จากการยืนยันจากทั้ง 2 ทีม ลิเวอร์พูลจะค่อนข้างมีปัญหาความฟิตผู้เล่นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถใช้งานอลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 และจิโอวานนี ลีโอนิที่ต้องพักยาว ส่วนผู้เล่นอื่นๆก็มีทั้ง เฟเดริโก เคียซา ก็ยังไม่ฟิตเต็มร้อยบวกกับวาตารุ เอ็นโด ที่ถอนตัวจากทีมชาติญี่ปุ่น ส่วนอิบราฮีม โคนาเต คาดว่าจะกลับมาซ้อมกับทีมแล้ว แต่ไม่มั่นใจเรื่องความฟิตลงเล่น อย่างไรก็ดีพวกเขาจะได้ไรอัน กราเวนเบิร์ช กองกลางห้องเครื่องกลับมาพร้อมเล่น

    ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดจะยังไม่มี ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังไม่หายดี เช่นเดียวกับ นูสแซร์ มาซราวี ที่อาการบาดเจ็บกำเริบ

    การพบกันที่แอนฟิลด์

    ถึงแม้ว่าการพบกันของทั้งสองทีมนี้ หลังจาก “ขาขึ้น” ของยูไนเต็ด และ “ขาลง” ของลิเวอร์พูล ก็อย่าลืมว่าการแข่งขันที่แอนฟิลด์ มักมีมนตร์ขลังเสมอ จากบรรยากาศแฟนบอลที่ดังกระหึ่ม

    อย่าลืมว่าครั้งที่แล้วที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ผลจบด้วยสกอร์ “7-0” ที่ทุกคนจำได้ไม่ลืม

    ภาพจาก: Main Stand

    Final Verdict

    เกมนี้เป็นบทพิสูจน์จากทั้งอโมริมและสล็อต อโมริมต้องการชนะ 2 นัดติดในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของเขา และสล็อตต้องการที่จะเลี่ยงการพ่าย 4 นัดติดเช่นกัน ผู้เล่นทั้งสองทีมอยู่ในฟอร์มไม่สม่ำเสมอ ทำให้คาดเดาโดยรวมได้ยาก แต่พอเป็นแมตช์ใหญ่เช่นนี้ ผู้เล่นทุกคนก็เหมือนโดนเสริมหลัง งัดฟอร์มดีออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนตัวผู้เขียน คาดว่ากินกันไม่ลง จบที่ผลเสมอ

    คาดการณ์ 11 ตัวจริงจากทั้ง 2 ทีม:
    ลิเวอร์พูล (4-2-3-1): จอร์จี มามาร์ดาชวิลี, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, โดมินิค โซโบซไล, อเล็กซิส แม็คอลิสเตอร์, ไรอัน กราเวนเบิร์ช, โคดี กักโป, ฟลอเรียน เวิร์ตส์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค

    ภาพจาก: FotMob Lineup Builder

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (3-4-2-1): เซนเนอ ลัมเมนส์, ลุค ชอว์, มัตไตส์ เดอ ลิคต์, เลนี โยโร, ดิโอโก ดาโลท์, บรูโน แฟร์นันส์, คาเซมิโร, อามาด, เมสัน เมาท์, ไบรอัน เอ็มเบอโม, เบนจามิน เชสโก

    ภาพจาก: FotMob Lineup Builder

    คาดการณ์ผลสกอร์: ลิเวอร์พูล 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    อ้างอิง
    https://www.transfermarkt.com/fc-liverpool/transfers/verein/31/saison_id/2025
    https://www.skysports.com/football/news/11661/13423608/transfer-window-trends-revealed-as-premier-league-spending-hits-3-19bn-and-domestic-trading-increases
    https://theanalyst.com/articles/premier-league-xg-stats-erling-haaland
    https://www.liverpoolfc.com/news/liverpools-injury-list-suspensions-and-availability
    https://www.liverpoolfc.com/news/fitness-update-news-ryan-gravenberch-ibrahima-konate-and-alisson-becker
    https://www.manutd.com/en/news/detail/team-news-for-liverpool-v-man-utd-on-19-october-2025

  • โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    โชเฮ โอตานิกับผลงาน 3 โอมรันในวันนี้, ภาพ: Sports Illustrated

    นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มเกมที่ 4 ของศึกเบสบอลชิงแชมป์เนชันแนลลีก (NLCS) ในวันนี้ (18 ตุลาคม) ระหว่างลอสแองเจลิส ด็อดเจอร์ส เปิดบ้านเจอ มิลวอกี บรูวเวอร์ส

    อินนิ่งที่ 1 พิตเชอร์: โชเฮ โอตานิ
    – ไบรส์ ทูรัง (Brice Turang): 4 บอล
    – แจ็คสัน โชริโอ (Jackson Chourio): สไตรก์เอาท์
    – คริสเตียน เยลลิคส์ (Christian Yelich): สไตรก์เอาท์
    – วิลเลียม คอนเตรอาส (William Contreras): สไตรก์เอาท์

    สลับฝั่ง

    พิตเชอร์: หลุยส์ ควินตานา (Luis Quintana)
    – โชเฮ โอตานิ: โฮมรัน

    การเปิดตัวด้วย 3 สไตรก์เอาท์ในฐานะพิตเชอร์ก่อนจะมาตีโฮมรันเป็นการเปิดตัวและเป็นบรรทัดฐานก่อนที่จะสร้างหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดในรอบเพลย์ออฟในประวัติศาสตร์เบสบอล

    ในฐานะพิตเชอร์: ขว้าง 6 อินนิ่ง, ถูกตีโดน 2 ครั้ง, 10 สไตรก์เอาท์
    ในฐานะผู้ตี: ตีโดน 3 ครั้ง, วอล์ก(4 บอล) 1 ครั้ง, 3 โฮมรัน

    “ซามูไรดาบคู่” ได้ส่งด็อดเจอร์ส เข้าสู่เวิร์ลซีรีย์เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันนับตั้งแต่เซ็นสัญญามาร่วมทีม และมีโอกาสให้ด็อดเจอร์ส เป็นทีมแรกตั้งแต่ปี 2009 ที่สามารถคว้าแชมป์เวิร์ลซีรีย์สองสมัยซ้อนได้สำเร็จ

    โอตานิ พาด็อดเจอร์สคว้าแชมป์เวิร์ลซีรีย์ปี 2024, ภาพจาก: BBC

    แต่การที่ด็อดเจอร์ส ทีมที่ผู้เล่นค่าเหนื่อยรวมเยอะที่สุดในลีก มาถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ พวกเขาต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บมากที่สุดอันดับ 2 ของลีก โดยเฉพาะทีมพิตเชอร์ที่เจ็บแทบไม่เว้นกัน

    โอตานิก็เช่นกัน ตั้งแต่ย้ายมาด็อดเจอร์สในฐานะผู้เล่นสองบทบาท เขาก็ตีอย่างเดียวระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บที่ทำให้เขายังขว้างไม่ได้ และถึงแม้เกมรุกของเขาจะไม่มีปัญหา หลังจากเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ตี 50 โฮมรันและขโมย 50 เบสเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็มีคำถามมากมายว่าเขาจะสามารถขว้างลูกได้อีกหรือเปล่า

    แต่ในปีนี้ คำถามทั้งหมดก็ได้หายไป ด็อดเจอร์สให้โอตานิกลับมาเป็นพิตเชอร์แบบค่อยเป็นค่อยไป ให้เขาลงขว้าง 1-2 อินนิ่งเท่านั้นก็จะเปลี่ยนพิตเชอร์ ไม่ต้องการให้รีบร้อนเกินไปจนอาการบาดเจ็บกำเริบ

    และกลายมาเป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงเพลย์ออฟ และผลงานอันน่าประทับใจของโชเฮ

    ไดนาสตี(Dynasty) สิ่งที่เบสบอลขาดหาย

    ภาพจาก: Los Angeles Times

    เบสบอลไม่ได้มี Dynasty มานานมาก นับตั้งแต่สมัย นิวยอร์ก แยงกีส์ ในยุค 1996 ถึงปี 2009 ที่คว้าแชมป์ไปทั้งหมด 4 ครั้งและเข้าไปเล่นในเวิร์ลซีรีย์ 7 ครั้ง

    โดยด็อดเจอร์สเองก็พยายามสร้างทีมอหังการขึ้นมาเมื่อปลายทศวรรต 2010 ในฐานะทีมที่มีประวัติศาสตร์โชกโชน และดุดันมากในฤดูกาลปกติ แต่ไม่สามารถไปไกลได้ในเพลย์ออฟ

    และถึงแม้ว่าจะสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จในฤดูกาล 2020 มันก็รู้สึกว่า “ไม่เติมเต็ม” เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่สั้นกว่าปกติเนื่องจาก โควิด-19

    แต่การเสริมโอตานิเข้ามา เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมเลยก็ว่าได้

    การดึงซุปเปอร์สตาร์ผู้กระหายชัยชนะมาร่วมทีม สามารถดึงดูดผู้เล่นฟรีเอเจนต์คนอื่นๆให้มาร่วมทีมได้ แถมยังเป็นแหล่งเป้าหมายของนักกีฬาจาก “ญี่ปุ่น” อีกหลายต่อหลายคน ที่อยากมาเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา

    ตัวอย่างของเคสหลังที่ดีคือ โยชิโนบุ ยามาโมโตะ และ โรกิ ซาซากิ

    ผู้ชมเกมโตเกียวซีรีย์ ณ ประเทศญี่ปุ่น, ภาพจาก: Los Angeles Times

    แต่ที่สำคัญที่สุด คือ MLB มีแฟรนไชส์ที่พวกเขาสามารถโปรโมทได้ไปทั่วโลก โชเฮและด็อดเจอร์สดังมากในญี่ปุ่นจนแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งเกม MLB ที่จะไปจัดในโตเกียวในปีนี้มีผู้ชมมากถึง 25 ล้านคน นอกจากนี้ด็อดเจอร์ในฐานะแบรนด์ก็ดังไปทั่วโลก เห็นได้จากแฟชั่น LA ที่อยู่บนหมวกและเสื้อของวัยรุ่นมากมายในไทย

    MLB มักจะประสบปัญหาเรื่องผู้ชมหนุ่มสาวที่น้อยลงอย่างมากในช่วงหลัง แต่การที่โอตานิและด็อดเจอร์สทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นี่เป็นโอกาสที่เบสบอลจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในฐานะ “The American Pastime”

    อ้างอิง
    MLB Gameday: Brewers 1, Dodgers 5 Final Score (10/17/2025)
    MLB Tokyo Series breaks records for Japan viewership, sales, attendance
    List of World Series champions – Wikipedia
    2025 MLB postseason drawing high viewership


  • วันที่: 16 ตุลาคม 2025
    โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    เมื่อวานซีนตามเวลาท้องถิ่น (14 ตุลาคม) เกมบาสกระชับมิตระหว่างผู้สื่อข่าวสายเซลติกส์ของ NBA ถูกเปลี่ยนเป็นการพบกันระหว่างทีมสตาฟฟ์เฮดโค้ชชนะทีมผู้สื่อข่าว NBA (ฝั่งเซลติกส์)อย่างกระทันหัน โดยทีมโค้ชเซลติกส์ชนะไปด้วยสกอร์57-4

    รายงานโดยโนอา ดาลเซล (Noa Dalzell) จาก CelticsBlog ของ SBNation หลังจากจบการซ้อมของทีมบาสเก็ตบอลบอสตัน เซลติกส์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น จะมีเกมกระชับมิตรระหว่างสื่อมวลชน ณ สนามออร์บาค เซ็นเตอร์ (Auerbach Center)

    แต่จู่ๆ โจ มาซูลา เฮดโค้ชของเซลติกส์มาเฉลยว่า จริงๆแล้วจะเป็นการพบกันระหว่างผู้สื่อข่าวกับทีมสตาฟฟ์โค้ชของเซลติกส์

    “ผมไม่รู้จะบอกพวกคุณอย่างไร แต่พวกคุณจะไม่แข่งกันเองหรอก คุณจะแข่งกับโค้ช”

    โดยเกมกระชับมิตรนี้ถูกสนับสนุนโดย Junior Celtics Academy และ New Balance

    และเป็นทีมโค้ชของเซลติกส์ นำโดยโจ มาซูลา ซึ่งเป็นอดีตผู้เล่นบาสเก็ตบอลระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงอดีตผู้เล่น NBA ฟิล เพรสลีย์ กับ ดาชอน บัตเลอร์ และอดีตผู้เล่นระดับมหาวิทยาลัย ก็อด แชมก็อด จูเนียร์ อมิล เจฟเฟอร์สัน โทนี ด็อบบิน และ ดีเจ แม็คเลย์ ชนะทีมผู้สื่อข่าวไปขาดลอยถึง 57-4

    ถือเป็นสีสันเล็กๆก่อนที่จะเริ่มฤดูกาล NBA ในวันที่ 21 ตุลาคมที่จะถึงนี้

    อ้างอิง
    I lost to Joe Mazzulla and the Celtics coaches by 53 points — and it was the time of my life | CelticsBlog
    Noa Dalzell 🏀 on X: “NEW: I lost to Joe Mazzulla and the Celtics coaches by 53 points in a Media vs Coaches scrimmage at the Auerbach Center today. It was probably the most lopsided basketball game I ever played in. But it was also the time of my life: https://t.co/2DtgANOAqQ” / X
    https://x.com/NBA/status/1978478501457023404

  • วันที่: 15 ตุลาคม 2025
    โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    คลิปจาก: @daddydesel บน TikTok

    “ใน Project A (Valorant) เราเน้นการยิงที่แม่นยำ” เป็นคำศัพท์จากหัวหน้าผู้พัฒนาเกม Valorant ที่มักจะถูกล้อในช่วงไม่นานมานี้ หลังจากที่ตัวเกมปล่อยเอเจนท์(Agent) จำนวนมากพร้อมกับความสามารถของแต่ละตัวที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆตามคอนเซป “Power Creep” ทำให้ Valorant กำลังกลายเป็นเกมที่ห่างจากวิสัยทัศน์แรกที่ได้ประกาศไป

    และประเด็นนี้ถึงขั้นขีดสุดเมื่อ “Tejo” เอเจนท์สาย Initiator ชาวโคลอมเบียได้ถูกปล่อยออกมา โดยความสามารถเฉพาะตัวอย่าง “Guided Salvo” และอัลติเมท “Armageddon” สามารถทำให้ทหารรับจ้างคนนี้สามารถฆ่าฝั่งตรงข้ามได้ทั้งหมด 5 คนโดยไม่ต้องชักปืนด้วยซ้ำ

    ภาพจาก: One Esports

    และถึงแม้ว่า Tejo จะโดนปรับสมดุลจนพลังของเขาลดลงไปมาก แต่ก็เป็นปัญหาที่คอมมูนิตี้เรียกร้องกันมาอย่างยาวนาน ว่าความสามารถและ Utility กำลังได้รับความสำคัญเหนือการเล็งที่แม่นยำ

    นั่นทำให้แพตช์ 11.08 ที่เพิ่งเข้าเซิร์ฟเวอร์ในตอนนี้ เป็นการกระทำที่เปลี่ยนแปลง Landscape ของเกมไปเยอะมาก

    60 วินาที

    ภาพจาก: Mike | Valorant Leaks & News บน X

    อย่างแรกที่สำคัญคือความสามารถเฉพาะตัวของ Initiator ทั้งหมดในเกมที่สามารถใช้หลายรอบใน Round เดียว ถูกปรับให้มีคูลดาว์น 60 วินาทีทั้งหมด เช่นเดียวกับความสามารถเฉพาะตัวของ Sentinels ที่ถูกทำลายและความสามารถทั้งหมด (ยกเว้น Smoke) ของ Astra อีกด้วย

    นั่นทำให้การจ่ายสกิลแต่ละครั้งต้องคิดอย่างหนัก เนื่องจากต้องรอนานถึง 1 นาทีกว่าจะใช้ได้อีกรอบ จนถึงป่านนั้น Round นั้นอาจจะจบแล้วด้วยซ้ำ

    Standardization

    ภาพจาก: VALORANT บน YouTube

    “ปรับให้เป็นมาตรฐาน” คืออีกหนึ่งปรัชญาที่่ใช้ในการปรับสมดุลครั้งนี้ ทั้งการปรับความสามารถสตัน (Concuss) ทั้งหมดให้มีระยะเวลา 2.5 วินาที ปรับสถานะสายตาสั้น (Nearsight) ให้มีมองเห็นได้ไกลขึ้นจาก 5 เป็น 7 เมตร และปรับให้ความเร็วในการยิงและการชักปืนในสถานะตื่นตัว (Stimmed) ของ Reyna และ Brimstone ให้เท่ากันหมด และปรับระยะเวลาตาบอดเมื่อโดนแฟลชของ Initiator ให้เท่ากันที่ 2.25 วินาทีอีกด้วย

    นั้นทำให้ความสามารถทั้งหมดและความสามารถเดียวกันต่อจากนี้จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และทำให้ไม่รู้สึกว่าหนักเกินหรือเบาเกิน ทำให้เวลาโดนสถานะต่างๆก็จะรู้เลยว่าต้องรอเท่าไหร่ ไม่ต้องไปไล่จำทุกตัว และทำให้ไม่รู้สึก Overwhelming มากเกินไปอีกด้วย

    ใครเก่ง เนิร์ฟให้แหลก

    ภาพจาก: One Esports

    ปรัชญาการปรับให้ทุกอย่างดูไม่รุนแรงเกินไปก็ไปต่อถึงเอเจนท์ที่โดดเด่นแทบจะทุกตัวในเกม ซึ่งหลายๆตัวโดนลดทั้งระยะทางและระยาเวลาความสามารถ และลดเลือดของวัตถุช่วยเหลือรวมถึงกำแพง

    ตัวที่จะโดนโดดเด่นกว่าเพื่อนก็คือ “Yoru” เอเจนท์หนุ่มแบดบอยแดนปลาดิบ ที่โดนเนิร์ฟระยะเวลาของแฟลชของเขาให้สั้นลง รวมทั้งบอกตำแหน่งของตัวเองเวลาใช้ท่าวาร์ป ทั้งใช้จริงหรือใช้หลอกก็ตาม

    และที่หนักที่สุดคือการที่อัลติจะไม่สามารถใช้สกิลอื่นได้นอกจากวาร์ป ลดเหลือความสามารถอัลติเมทให้แค่สอดแนมเท่านั้น

    ภาพจาก: VALORANT

    อีกตัวที่โดนค่อนข้างหนักคือ “Vyse” เอเจนท์หญิงเหล็กสาย Sentinel ที่เข้าเกมมาเมื่อปีที่แล้ว ที่โดนปรับให้แฟลชของเธอโดนยิงระหว่างใช้งานได้ ถ้าแฟลชโดนศัตรูจะไม่มีเสียงบอก กำแพงโดนหลอกให้ทำงานได้ง่ายขึ้น และอัลติมีระยะที่สั้นลงและระยะเวลาก่อนความสามารถจะทำงานนั้นถูกเพิ่มขึ้น

    ผลกระทบ

    การปรับความสามารถแบบนี้ ทำให้พลังของ Utility ลดลงอย่างมาก และโฟกัสไปที่ความสามารถในการเล็งมากขึ้น โดยกระแสตอบรับก็มีทั้งบวกและลบ ผู้เล่นอดีตโปรเพลย์เยอร์อย่าง “TenZ” ชอบการปรับครั้งนี้โดยเฉพาะการที่จะลดการสแปมอุปกรณ์สนับสนุนในเกม แต่กับสตรีมเมอร์อย่าง “Kyedae” ผู้เป็นแฟนสาวของ TenZ กลับไม่เห็นด้วยกับการปรับมากเกินไปขนาดนี้

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสามารถต่างๆก็เป็นจุดเด่นของเกมนี้ ก็เข้าใจได้ว่าทำไมผู้เล่นทั่วไปอาจจะไม่ชอบ แต่ก็ต้องรอดูว่ามีผลกระทบมากตามที่คาดไว้หรือไม่

    ข้อควรระวังใน “อีสปอร์ต”

    ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการปรับครั้งนี้ “อีสปอร์ต” มีส่วนอย่างมาก เนื่องจากการใช้ความสามารถร่วมกันอย่างดีเมื่อเทียบกับในแรงค์ทั่วไป ทำให้อุปกรณ์เสริมมีผลกระทบมากกว่าเดิม

    ซึ่งถึงแม้ว่าความคิดเห็นแรกจากนักแข่งส่วนใหญ่ไปในทางที่ดี แต่อีกเรื่องที่ควรระวังคือแต่ละ Round อาจจะใช้เวลานานมาก เนื่องจากแต่ละคนก็อาจจะ “ก๊ั๊ก” ความสามารถเอาไว้และใช้ทีเดียวตอนจะจบ Round ก็เป็นได้ ทำให้เกมไหลช้าอย่างมาก

    แต่อย่างไรก็ดี การปรับแพตช์ลดพลังความสามารถอย่างมากเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ อาจจะเรียกได้ว่าบ้าบิ่นเลยก็ได้จาก Riot และการกระทำที่เด็ดขาดอย่างนี้จำเป็นต่อการปรับสมดุลเกมที่อาจจะไหลออกจากวิสัยทัศน์เดิมมากเกินไป

    อ้างอิง
    VALORANT Patch Notes 11.08
    https://www.facebook.com/share/p/1YYajDNoiR/

  • วันที่: 14 ตุลาคม 2025
    โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    พรีซีซั่นของ NBA ได้กำลังแข่งขันอย่างดุเดือด ถึงแม้ว่าฟอร์มในช่วงนี้จะยังตัดสินว่าทีมใดเป็นแชมป์ไม่ได้ แต่ก็เป็นสัญญานว่าฤดูกาลของบาสเก็ตบอลอันดุเดือดจะเริ่มขึ้น ในวันนี้ Sports in 1 ก็จะพาผู้อ่านมาดู 5 ทีมที่อยู่ในสถานการณ์ลุ้นแชมป์ในมุมมองของผู้เขียนเอง โดย 5 ทีมนี้ จะเป็นทีมที่น่าดูที่สุดในฤดูกาลที่จะถึงนี้อีกด้วย

    โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ส (Oklahoma City Thunder)

    ภาพจาก: The Athletic – The New York Times

    แชมป์เก่าของฤดูกาลที่แล้ว OKC ดูท่าว่าจะมีอนาคตที่สดใสราวกับทุ่งลาแวนเดอร์รออยู่ หลังจากที่สามารถเก็บผู้เล่นตัวหลักชุดเดิมไว้ได้ทุกคน และโดยรวมแล้วทีมยังเต็มไปด้วยดาราอายุน้อยที่พร้อมจะปักหลักกับทีมไปได้ยาวๆ

    นอกจากนี้ยังต่อสัญญา Supermax 4 ปี 285 ล้านดอลลาร์กับ เช กิลเชียส-อเล็กซานเดอร์ การ์ด MVP ตัวเก่งของทีม รวมถึงต่อสัญญาผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆเช่น เจย์ลิน วิลเลียมส์ เจย์เลน วิลเลียมส์ และ เช็ต โฮล์มเกรน อีกด้วย

    จุดเด่นของทีมในเรื่องเกมรับที่ดีที่สุดใน NBA ฤดูกาลที่แล้ว ทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยม รวมถึงความสามารถและสรีระของกิลเชียส-อเล็กซานเดอร์ OKC ดูท่าว่าจะเป็น Safe Bet สำหรับใครหลายคนว่าจะคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดกันเป็นทีมแรกในรอบ 6 ปีอีกด้วย

    ผู้เล่นที่คาดว่าจะเป็น Starting Five ของทีม
    PG – เช กิลเชียส-อเล็กซานเดอร์ (Shai Gilgeous-Alexander)
    SG – ลูเกนท์ ดอร์ท (Luguentz Dort)
    SF – เจย์เลน วิลเลียมส์ (Jaylen Williams)
    PF – เช็ต โฮล์มเกรน (Chet Holmgren)
    C – ไอเซยาห์ ฮาร์เทนสไตน์ (Isaiah Hartenstein)

    เดนเวอร์ นักเก็ตส์ (Denver Nuggets)

    ภาพจาก: Sports Illustrated

    นักเก็ตส์ตอนแรกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ยิ่งในช่วงใกล้จบฤดูกาล หลังจากที่ปลดเฮดโค้ชอย่าง ไมค์ มาโลน ผู้คว้าทีมคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาล 2023/2024 ออก และปัญหาเรื่องสัญญาของไมเคิล พอตเตอร์ จูเนียร์ ที่ทำให้เสิรมทีมได้ยากอีกด้วย มิหนำซ้ำ ยังมีปัญหาเรื่อง Depth หรือความลึกของทีมเนื่องจากมองว่าพึ่งความสามารถของนิโคลา โยคิช เซ็นเตอร์ MVP คู่บุญของทีมมากเกินไปอีกด้วย

    แต่นักเก็ตส์ก็เหมือนถือคติ คันตรงไหนให้เกาตรงนั้น ทั้งตั้ง เดวิด อเดลแมน เฮดโค้ชชั่วคราวที่โชว์ฟอร์มดีเกินคาดในเพลย์ออฟฤดูกาลที่แล้ว พร้อมยังทั้งสามารถเอาสัญญาคาราคาซังของไมเคิล พอตเตอร์ จูเนียร์ ออกจากทีมโดยการแลกตัวกับแคมเมรอน จอห์นสันจากนิวยอร์ค เน็ตส์ และยังเสริมผู้เล่นทั้ง ทิม ฮาร์ดอเว จูเนียร์ บรูซ บราวน์ จูเนียร์ และ โยนาส วาเลนชูนัส เพื่อแบ่งเบาภาระของโยคิชอีกด้วย

    ถือเป็นการพลิกสถานการณ์ที่ดีมากของทีมที่ยังไม่มีแม้กระทั่งผู้จัดการทีมทั่วไปด้วยซ้ำ ซึ่งด้วยภาพรวมทีมที่ดีขึ้น ก็อาจจะทำให้ทีมลุ้นแชมป์อีกครั้งก็เป็นได้

    ผู้เล่นที่คาดว่าจะเป็น Starting Five ของทีม
    PG – จามาล เมอร์เรย์ (Jamal Murray)
    SG – คริสเตียน บราวน์ (Christian Braun)
    SF – แคมเมรอน จอห์นสัน (Cameron Johnson)
    PF – เอรอน กอร์ดอน (Aaron Gordon)
    C – นิโคลา โยคิช (Nikola Jokic)

    ฮูสตัน ร็อกเก็ตส์ (Houston Rockets)

    ภาพจาก: SportsCenter & ESPN

    ทัพจรวดจากแดนเท็กซัสเป็นทีมที่ถือคติ “เกมรับจะพาคุณคว้าแชมป์อย่างแท้จริง” หลังจากที่ทำดีเกินคาดในฤดูกาลที่แล้ว จบอันดับ 2 ฝั่งตะวันตก โดยมีเกมรับที่ดีที่สุดอันดับ 2 (รองจากธันเดอร์ส) เป็นชนวนหลัก รวมถึงการที่อัลเพเรน เชนกุน เซนเตอร์ตัวหลักของทีมได้ถูกรับเลือกเป็นออลสตาร์(แถมเพิ่งได้รองแชมป์ยูโรบาสเก็ตอีกต่างหาก) และฤดูกาลที่ฟอร์มพุ่งกระฉูดของ อเมน ทอมป์สัน ผู้เล่นการ์ดและฟอร์เวิร์ดผู้เหมา 4 ตำแหน่งในสนามอีกด้วย

    แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์จึงทำให้พ่ายแพ้ต่อ “คริปโตไนต์” อย่างโกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส ผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมาในเพลย์ออฟรอบแรก

    เพราะฉะนั้น GM อย่างราฟาเอล สโตน ก็ไม่อยู่เฉย เทรดเอาเจย์เลน กรีน ดีลอน บรูคส์ สิทธิ์ดราฟปี 2025 รอบแรกอันดับ 10 (คามาน มาลูวัค) และ สิทธิ์ดราฟรอบสองถึง 5 สิทธิ์ ไปให้ฟีนิค ซันส์ เพื่อเอาตัวซุปเปอร์สตาร์อย่าง เควิน ดูเรนต์ มาร่วมทีม ซึ่งถึงแม้จะย่างเข้าวัย 37 ปี ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นตัวทำคะแนนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของลีก

    นอกจากนี้ร็อกเก็ตส์ยังเสริมทัพเกมรับอีกเพียบ ทั้งนำคลินท์ คาเพลา กลับมาร่วมทีม และเซ็นสัญญา ดอเรียน ฟินนีย์-สมิธ และ จอช โอโคกี เข้าสู่โหมดลุ้นแชมป์เต็มตัว

    แต่ทั้งไม่ทันจะได้ดีใจเลย ร็อกเก็ตส์ก็เผชิญข่าวร้ายเมื่อ เฟรด วานวลีด การ์ดผู้เปรียบเสมือนกัปตันทีมและผู้นำเกมรุกของทีมได้รับบาดเจ็บ ACL จนน่าจะหมดโอกาสลงเล่นในฤดูกาลนี้แล้ว

    ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นเกมรุกคนอื่นของทีมทั้งเชนกุน จาบารี สมิธ จูเนียร์ และ รีด เชพพาร์ดว่าจะสามารถทดแทนในเกมบุกได้หรือไม่

    กระนั้น ร็อกเก็ตส์ก็เป็นทีมที่น่าสนใจอีกทีมนึงเลยทีเดียว

    ผู้เล่นที่คาดว่าจะเป็น Starting Five ของทีม
    PG – รีด เชพพาร์ด (Reed Sheppard)
    SG – อเมน ทอมป์สัน (Amen Thompson)
    SF – เควิน ดูเรนท์ (Kevin Durant)
    PF – จาบารี สมิธ จูเนียร์ (Jabari Smith Jr.)
    C – อัลเพเรน เชนกุน (Alpheren Sengun)

    คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส (Cleveland Cavaliers)

    ภาพจาก: NBA.com

    อีกหนึ่งทีมที่เซอร์ไพรส์หลายๆคนในฤดูกาลที่แล้วคือคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ที่สามารถจบฤดูกาลเป็นอันดับ 1 ของฝั่งตะวันออก

    เบื้องหลังมาจากเกมรุกของ 4 ตัวจริง โดโนวาน มิชเชลล์ ดาเรียส การ์แลนด์ เอแวน โมบลีย์ และ จาร์เรด อัลเลน ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยเฉพาะ การ์แลนด์ และอัลเลน ที่ดีขึ้นมาก

    นอกจากนี้ทั้งสี่คนยังสามารถผลัดกันลงสนามในฐานะ การ์ดเพลย์เมกเกอร์คู่กับบิ๊กแมนใต้ห่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มิชเชลล์คู่โมบลีย์และการ์แลนด์คู่อัลเลน) ทำให้ไม่รู้สึกเลยว่าเกมของพวกเขาจะผ่อนเมื่อไหร่

    นอกจากนี้ยังโถมและเทรดเอา ดีอันเดร ฮันเตอร์ การ์ด/ฟอร์เวิร์ดจากฮอว์คสมาร่วมทีมอีกด้วย ทำให้ 5 ตัวจริงของพวกเขาดูจะหยุดได้ยาก

    แต่กระนั้นแล้ว จุดอ่อนของพวกเขาคือในรอบเพลย์ออฟ หลังจากที่แพ้อินเดียนา เพเซอร์ส และแพ้เกมในบ้านถึง 3 เกมอีกด้วย พวกเขาอาจจะไม่สามารถรับแรงกดกันในเพลย์ออฟมากนัก

    พวกเขามีทีมที่ดีตามเนื้อผ้า แต่เกมบาสนั้นเล่นกันบนคอร์ด ต้องดูว่าพวกเขาจะลบคำสบประมาทว่าเป็นทีมที่เล่นดีแค่ในฤดูกาลหลักได้หรือไม่

    ผู้เล่นที่คาดว่าจะเป็น Starting Five ของทีม
    PG – ดาเรียส การ์แลนด์ (Darius Garland)
    SG – โดโนแวน มิชเชลล์ (Donovan Mitchell)
    SF – ดีอันเดร ฮันเตอร์ (De’Andre Hunter)
    PF – เอแวน โมบลีย์ (Evan Mobley.)
    C – จาร์เรด อัลเลน (Jarred Allen)

    นิวยอร์ก นิกส์ (New York Knicks)

    ภาพจาก: BBC

    โอกาสของทีมใหญ่จาก “บิ๊กแอปเปิ้ล” ไม่เคยมีเท่านี้มาก่อน

    เนื่องจากอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย (Achilles) ของเจย์สัน เททัม ฟอร์เวิร์ดตัวเก่งของบอสตัน เซลติกส์ และไทรีส ฮาลิเบอร์ตัน การ์ดคนสำคัญของอินเดียนา เพเซอร์ส ทำให้ทั้งสองทีมอยู่ในหมวด “พักก่อน” ในฤดูกาลหน้า

    เพราะฉะนั้น นอกจากคาวาเลียส์แล้ว นิกส์เป็นอีกทีมเดียวที่เป็นใหญ่ในสายตะวันออกที่เว้งว้าง

    เมื่อเทียบกับสายตะวันตกที่ทุกทีมสามารถแย่งตำแหน่งเพลย์ออฟได้ ฝั่งตะวันออกกลับมีแค่ไม่กี่ทีมเท่านั้นที่ครองสายนี้อย่างสมบูรณ์

    นิกส์ทำผลงานน่าพอใช้ในฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าคำถามที่ว่าการเทรดดอนเต ดิเวนเซนโซ การ์ดชู้ต 3 คะแนน ของทีมเพื่อแลกกับ คาร์ล-แอนโทนี ทาวน์จะคุ้มพอหรือไม่

    แต่ไปๆมาๆ กลับเป็นดีลที่เป็นผลดีต่อนิกส์อย่างมาก

    เนื่องจากปัญหาของนิกส์คือ มิชเชลล์ โรบินสันที่เจ็บจบเป็น ผอ. โรงพยาบาล การมีทาวน์นั้นสามารถเป็นเสาหลักของบิ๊กแมนในทั้งตำแหน่งฟอร์เวิร์ดและเซ็นเตอร์

    นอกจากนี้ เจย์เลน บรันสัน ก็แทบจะสถาปนาตัวเองเป็นดาราแห่งแมดดิสัน สแควร์ การ์เดนอีกด้วย และเป็นแม่ทัพของทีมใหญ่จากมหานครนิวยอร์กแห่งนี้

    นอกจากนี้ ทีมยังมีดาราสมทบที่ยอดเยี่ยม ทั้ง มิเคล บริดจ์ โอจี เอนนูโนบี จอช ฮาร์ท และ จอร์แดน คลาร์กสัน ที่เพิ่งเซ็นมาอีกด้วย

    ประเด็นเดียวของนิกส์ตอนนี้คือเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ไมค์ บราวน์ โค้ชสายฟรีสไตล์ ที่มาแทน ทิม ทิโบโดว์ โค้ชสายเคร่งครัด การที่ทั้งสองคนมีสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อาจทำให้ผู้เล่นต้องใช้เวลาปรับตัวซักหน่อย

    อย่างไรก็ดี โอกาสของนิกส์ไม่เคยดีไปกว่านี้อีกแล้ว

    สรุป

    ฤดูกาลนี้ของ NBA น่าจะเป็นฤดูกาลที่ดุเดือด นอกจากทีมที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ ยังมีทีมจาก มินิโซตา ทิมเบอร์วูลฟ์ส และดีทรอยต์ พิสตันส์ ที่น่าสนใจมากอีกด้วย

    หรือไม่ ก็อาจจะมีทีมม้ามืดที่มาแรงแซงทางโค้ง ก็ เป็น ได้

    อ้างอิง
    Shai Gilgeous-Alexander signs reported 4-year, $285 million extension with Thunder | NBA.com
    Thunder sign Jaylin Williams to multi-year extension | NBA.com
    NBA free agency: Which franchises belong to the Apron Club? – ESPN
    Denver Nuggets Name David Adelman Head Coach | Denver Nuggets
    Kevin Durant traded to Rockets as part of historic 7-team deal | NBA.com
    Fred VanVleet – Houston Rockets Point Guard – ESPN
    4 reasons why Cavs are at top of NBA standings | NBA.com
    Cavs acquire De’Andre Hunter from Hawks for Caris LeVert, Georges Niang, draft considerations | NBA.com
    Pacers-Cavaliers: 5 takeaways as Indiana punches ticket to East Finals | NBA.com
    Why Mike Brown has Knicks operating without a playbook

  • วันที่: 14 ตุลาคม 2025
    โดย: ภูริช “Sports in 1” เลิศไพฑูรย์พันธ์

    จัดอันดับผลโหวตดีลยอดแย่ของฤดูกาลนี้ จากเอเจนต์ฟุตบอล 20 ท่าน ภาพจาก: The Athletic

    The Athletic สื่อข่าวกีฬาสัญชาติอเมริกันได้ออกบทความที่สืบถามเอเจนต์ว่าดีลไหนในตลาดฟุตบอล(โฟกัสที่พรีเมียร์ลีก) คือดีลที่ดีและแย่ที่สุด

    โดยผู้ชมหลายคนรวมถึงผู้เขียนได้มาสะดุดตาถึงความคิดเห็นต่อดีลที่แย่ที่สุด กลับเป็นของ เบนจามิน เซสโก้ กองหน้าเชื้อสายสโลวีเนีย ที่ย้ายมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัวรวมโบนัสที่ 73.6 ล้านปอนด์ โดยดีลนี้ได้รับการโหวตจาก 6 เอเจนต์ด้วยกัน

    “พวกเขา(แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) โดนกดดันให้เซ็นเชสโก้มา”

    “เงินเยอะไป ในเวลาที่เร็วเกินไป”

    “เงินที่จ่ายไป ไม่คุ้มกับความสามารถ”

    นี่คือความคิดเห็นบางส่วนจากเอเจนต์ว่าทำไมพวกเขาคิดว่า ดีลนี้เป็นดีลที่แย่ที่สุด โดยอ้างอิงจากบทความของ The Athletic สิ่งนี้ถูกพูดมาแค่ 1 ย่อหน้าเท่านั้น โดยในบทความส่วนนี้ของ The Athletic เกี่ยวกับดีลที่แย่ที่สุด โฟกัสตกเป็นของ เจมส์ เทรฟฟอร์ด ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากกว่า ที่ถูกซื้อมาด้วยราคา 27-31 ล้านปอนด์ แต่กลับเสียตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งให้กับ จิอันลุยจิ ดอนนารุมมา ที่เรือใบสีฟ้าซื้อมาทันทีในราคาที่ถูกกว่า (25.9 ล้านปอนด์) หลังจากที่เทรฟฟอร์ดออกสตารท์ได้อย่างย่ำแย่ (ดอนนารุมมา ได้รับการโหวตอีกด้วยว่าเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมที่สุด)

    โดยเซสโก้ ได้ลงเป็นตัวจริงให้ทัพปีศาจแดงเพียง 4 นัดในพรีเมียร์ลีก และทำได้ไปถึง 2 ประตูจากการเล่นรวม 8 นัด อาจจะไม่ได้ถือว่ามากที่สุด แต่นั้นก็มากกว่า อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ที่ลิเวอร์พูลซื้อมาแพงกว่ามาก (0 ประตูในพรีเมียร์ลีกทั้งคู่ อิซัคยิงได้ 1 ประตูในคาราบาวคัพ) และเป็นการยิงประตูที่ไม่นับจุดโทษเท่ากับ วิคเตอร์ โยเคเรส ของอาร์เซน่อล อีกด้วย

    แน่นอนว่าเซสโก้อาจจะไม่ใช่ดีลกองหน้าที่ดีที่สุด ถ้าวัดผลงานกองหน้าในพรีเมียร์ลีก นิค โวลเทอมาเดอ ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ทำไป 4 ประตูในทุกรายการ หรือแม้แต่ อูโก้ เอกิติเก้ ของลิเวอร์พูลที่ทำไป 5 ประตูในทุกรายการ อาจจะเป็นดีลที่ได้ผลลัพท์ ณ ปัจจุบันดีกว่า แต่เมื่อเทียบกับดีลอื่นหรือแม้กระทั่งตัวรุกด้วยกันเอง ก็อาจจะยากที่จะพูดด้วย Facts ว่าเขาคือดีลที่แย่ที่สุด

    Man United Agenda

    ภาพจาก: Sky Sports

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการวิพากย์วิจารณ์จากสื่อต่างๆ เพียงเพราะผู้เล่นหรือโค้ชคุมทัพให้กับปีศาจแดง

    รูเบน อโมริม ถูกตั้งคำถามมาตลอดเรื่องแทคติกและความอยู่รอดของเขา ผู้เล่นอย่างแอนโทนี หรือ ราสมุส ฮอยลุนด์ ก็โดนวิจารณ์อย่างหนักเมื่อฟอร์มแย่จนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ หรือแม้กระทั่ง เซนเนอ แลมเมนส์ ก็ถูกวิจารณ์โดยพี่ชายตัวเองว่าคิดผิดที่เลือกมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    หรือตัวอย่างชั้นดีคือเมื่อ เจดอน ซานโช่ ออกสตาร์ท 7 นัดโดยยังไม่มีประตูหรือแอสซิส Sky Germany ก็ได้ขึ้นกราฟฟิคล้อเลียน “007” จนกลายมาเป็นมีมดังจนถึงทุกวันนี้ แต่เมื่อเป็นเวิร์ตซ์ สื่ออย่าง “The Athletic” ก็ออกมาบอกว่า 7 นัดแรกตัดสินอะไรไม่ได้

    หรือแม้กระทั่งลิเวอร์พูล ที่ออกสตาร์ทซีซั่นนี้ด้วยฟอร์มไม่ดี ถึงแม้ว่าจะยังเก็บชัยชนะได้ 7 นัดแรก แต่พอแพ้ 3 นัดหลังสุด Sky Sport กลับบอกว่าลิเวอร์พูลเป็น “ทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน” และควรให้เวลา กลับกัน เมื่ออโมริมออกสตาร์ทไม่ดีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจนกว่าทั้งจากเจ้าของร่วมใหม่อย่าง INEOS และปรัชญาที่แตกต่างจากผู้จัดการทีมคนก่อนอย่างมาก Kraveh Solhekol ของ Sky Sport กลับบอกว่า “ถ้าเรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า จบอันดับ 15 ของตารางบ้าง สื่อจะพูดอะไรกับผลงานของผู้จัดการทีมของพวกเขากัน”

    สื่อ กูรู และแฟนบอล ทั้งจากฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหรือฝั่งตรงข้ามมักจะวิจารณ์แมน ยูไนเต็ดอย่างรุนแรงกว่าเมื่อเทียบกับทีมอืน เห็นได้จากการที่หนึ่งในผู้วิจารณ์ที่หนักแน่นที่สุด คืออดีตนักเตะของทีมเอง

    ทั้งหมดนี้ เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลจากทั่วโลกเยอะมาก แม้กระทั่งเมื่อทีมมีฟอร์มย่ำแย่ Forbes ยังประเมินว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากเรอัล มาดริด

    วินาทีคุณเซ็นสัญญากับแมนฯ ยูไนเต็ด คุณจะกลายเป็นผู้เล่นและโค้ชเวิร์ลคลาสทันที จากความคาดหวังอย่างสูงของแฟนบอล และสื่อที่พร้อมจะโจมตีคุณได้ทุกเมื่อ ขอแค่คุณมีผลงานที่แย่แค่นิดเดียว ก็จะโดนสับจนเละ สิ่งนี้ได้ทวีความรุนแรงขึ้นในโลกของโซเชี่ยลมีเดีย การถวายดวงใจแก่ปีศาจแดง จึงเป็นหนึ่งในงานหนักที่สุดในวงการกีฬา เช่นเดียวกับการคุมทีมใหญ่อื่นๆในโลกใบนี้

    เพราะ Agenda แบบนี้แหละ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จกับทีมสีแดงจากแมนเชสเตอร์

    แต่ถ้าคุณทำได้หล่ะก็ คุณจะกลายเป็นตำนาน

    อ้างอิง
    The Athletic’s Agent Survey: From best and worst deals to selecting champions and relegation candidates – The Athletic
    James Trafford: Will Man City goalkeeper be questioning return? – BBC Sport
    Benjamin Sesko Statistics | Premier League
    Viktor Gyökeres Statistics | Premier League
    Alexander Isak Statistics | Premier League
    Hugo Ekitiké – Stats 25/26 | Transfermarkt
    Nick Woltemade – Stats 25/26 | Transfermarkt
    เอกิติเก้ หรือ อีซัค หากต้องเลือกหน้าเป้าลิเวอร์พูล
    Senne Lammens’ brother was sceptical over Man United move – ESPN
    Premier League: What is ‘007’ in football? – BBC Sport
    The ‘007’ insult: What is it and why is it an unfair way to judge new players? – The Athletic
    Ruben Amorim: Sir Jim Ratcliffe wants to give under-pressure Manchester United head coach three years to prove himself | Football News | Sky Sports
    “Excuse mentality!” 😤 | Gary Neville not happy with Amorim blaming pundits
    Forbes 2025 Global Soccer Team Valuations — Ranked List
    Liverpool’s Blip, Ange’s Future & Strangest Present Ever | The Wayne Rooney Show | Ep16